รู้จักร่างกายของเรา ก่อนจะเป็นโรคอ้วน !!!

รู้จักร่างกายของเรา ก่อนจะเป็นโรคอ้วน !!!

วิธีรักษาสุขภาพ, สุขภาพ, โรคและการป้องกัน
         “โรคอ้วน” เมื่อพูดถึงโรคนี้ ใครหลายคนก็รู้สึกกลัวขึ้นมาซะอย่างนั้น เพราะ อาหารแต่ละมื้อ ขนมหวาน ขนมเค้ก อาหารจั๊งค์ฟู้ด (Junk Food) ที่แสนอร่อย และน้ำหวานที่รับประทานอยู่ในทุก ๆ วัน ล้วนเป็นสาเหตุของโรคอ้วนทั้งสิ้น             โรคอ้วน คือ ภาวะที่ร่างกายทำงานผิดปกติ คือ ร่างกายมีการเผาผลาญที่ลดลง และมีการสะสมของไขมันที่เพิ่มมากขึ้น หากร่างกายอยู่ในสภาวะนี้นานจนเกินไป จะส่งผลเสียต่อร่างกาย และนำไปสู่โรคอื่น ๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคข้อเสื่อม นอนหลับไม่สนิท ภูมิแพ้ หรืออาจส่งผลให้สมองเสื่อมได้ เราจึงจำเป็นที่จะต้องทำความรู้จักร่างกายของเรา ก่อนที่จะเป็น “โรคอ้วน” เมื่อเรารู้ว่าร่างกายของเราทำงานอย่างไร เราจะรู้ถึงสาเหตุของความอ้วน และรู้วิธีที่จะความคุม ดูแลร่างกาย ในเรื่องของการรับประทานอาหาร และการดูแลสุขภาพอย่างถูกวิธี เพื่อไม่ให้เสี่ยงต่อ “โรคอ้วน” ตัวควบคุมร่างกายเกี่ยวกับโรคอ้วน ฮอร์โมน ฮอร์โมนที่ควบคุมการทำงานของร่างกายเกี่ยวกับความอ้วน มีอยู่ 2 ชนิด คือ ฮอร์โมน Neuropeptide Y หรือ NPY เป็นฮอร์โมนที่สั่งการสมองว่า หากร่างกายมีความเครียด คิดมาก สมองจะหลั่งฮอร์โมน NPY ออกมา และทำให้เรารู้สึกหิว และอยากกินอาหารที่มีรสหวาน มัน เค็ม มีความอยากกินแป้ง อยากกินน้ำตาลเยอะ ๆ อยากกินอาหารมากกว่าปกติ เมื่อเรากินเข้าไปเยอะ ๆ ร่างกายเผาผลาญไม่ทัน ส่งผลให้เกิดการสะสมของไขมัน วิธีทำให้ฮอร์โมนตัวนี้หลั่งออกมาน้อย คือ การไม่อดอาหารนาน ๆ กินโปรตีนที่มีประโยชน์ กินผัก หรือไฟเบอร์ให้มากขึ้น ** ไขมันที่ร่างกายสะสมไว้ มีความน่ากลัวมาก มีชื่อว่า Visceral Fat คือ ไขมันที่สะสมอยู่ตามช่องท้อง เกาะอยู่ตามตับ ตับอ่อน หรือลำไส้ ก่อให้เกิดโรคต่าง ๆ ตามมา Cholecystokinin Peptide หรือ CCK PPY เป็นฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการสั่งการของสมองว่า สั่งให้เราร่างการของเรามีความอิ่ม    อวัยวะภายในตับอ่อน ตับอ่อนเป็นอวัยวะที่หลั่งฮอร์โมนอินซูลิน โดยการสร้างจากเบต้าเซลล์ของตับอ่อน หน้าที่หลักของฮอร์โมนอินซูลิน คือ มีหน้าที่ในการควบคุม และจัดเก็บน้ำตาล ไขมัน เพื่อที่จะนำน้ำตาล และไขมันที่ร่างกายได้รับนำไปเป็นพลังงาน เพื่อให้ร่างกายได้ใช้ประโยชน์ต่อไป เมื่อร่างกายมีการผลิตอินซูลินที่เพิ่มมากขึ้นจากการได้รับปริมาณน้ำตาล และไขมันที่เพิ่มสูงขึ้นในปริมาณมาก และติดต่อกันเป็นเวลานาน ส่งผลให้การทำงานของฮอร์โมนอินซูลินมีความผิดปกติ เกิดการดื้อต่ออินซูลิน ทำให้การเผาผลาญในร่างการมีความผิดปกติ เกิดเป็นโรคอ้วน และเป็นโรคเบาหวาน วิธีการปรับการกินของตัวเอง คือการลดอาหารที่มีปริมาณแป้งเยอะ และลดการกินของหวานที่มี     “ไฮฟรุกโตสไซรัป” ช่องท้อง หลั่งฮอร์โมน Glucagon-like peptide-1 หรือที่เรียกว่า…
Read More
“ไข้เลือดออก” ห้ามกินยาลดไข้กลุ่ม NSAIDs

“ไข้เลือดออก” ห้ามกินยาลดไข้กลุ่ม NSAIDs

สุขภาพ, โรคและการป้องกัน
         อันดับแรกเรามาทำความรู้จักโรคไข้เลือดออกกันก่อนนะคะ            โรคไข้เลือดออกมีการแพร่ระบาดในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม ถึงเดือนมิถุนายน เพราะเข้าสู่ช่วงฤดูฝนของประเทศไทย โดยยุงลายชอบที่จะวางไข่ในที่น้ำขัง เช่น ในกระถางปลูกต้นไม้ที่มีน้ำขัง กระป๋อง หรือภาชนะที่ทิ้งไว้ ล้อยาง ที่น้ำมีลักษณะน้ำนิ่ง เมื่อฝนตกลงมา น้ำมักจะขังอยู่ตามภาชนะต่าง ๆ ซึ่งเป็นที่วางไข่อย่างดีของยุงลาย เพราะ โรคไข้เลือดออกมียุงลายเป็นพาหะนำโรค เมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูฝน จึงเกิดการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออกอย่างรวดเร็ว             สังเกตอาการเสี่ยงของโรคไข้เลือดออก มีไข้สูงเฉียบพลัน นาน 2-7 วันมีอาการเลือดออก ส่วนใหญ่จะพบที่บริเวณผิวหนัง ลักษณะสังเกต คือมีจุดเล็ก ๆ หรือผื่นสีแดง ขึ้นตามบริเวณผิวหนัง หากสังเกตว่าตนเอง เด็ก หรือคนภายในครอบครัวมีอาการคล้าย หรือเสี่ยงที่จะเป็นไข้เลือดออก โดยมีไข้สูงเฉียบพลันนาน 2-7 วันติดต่อกัน ควรที่จะกินยาลดไข้ ควบคู่ไปกับการเช็ดตัวอย่างถูกวิธี ยาลดไข้ที่ควรกินหากมีไข้สูง และเสี่ยงโรคไข้เลือดออก ยาพาราเซตามอล ห้ามกินยาลดไข้ กลุ่ม NSAIDs หากมีไข้สูงติดต่อกันหลายวัน และสงสัยป่วยไข้เลือดออก ยาลดไข้กลุ่ม NSAIDs หรือยาลดไข้ชนิดรุนแรง คือ ยาต้านอักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) รักษาลดอาการอักเสบ ลดอาการปวด และลดไข้ ใช้ในเวลาที่มีไข้สูง ปวดศีรษะ หรือมีอาการปวดท้องประจำเดือน ยาลดไข้ กลุ่ม NSAIDs ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายเมื่อมีไข้สูง ไอบูโพรเฟน (ibuprofen)แอสไพรินขนาดสูง (aspirin) หากมีไข้สูง คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดว่าควรใช้ยาลดไข้ชนิดรุนแรง เพราะ จะทำให้ไข้ลดอย่างรวดเร็ว แต่สิ่งที่สำคัญ คือ อาการไข้ที่ไม่ทราบสาเหตุ มีไข้เพราะโรค หรือเชื้อตัวใด อาจสงผลเสียต่อร่างกาย หรือเสียชีวิตได้ เพราะโรคบางโรค เมื่อมีไข้ ไม่ควรที่จะกินยาลดไข้ กลุ่ม NSAIDs ยาลดไข้ กลุ่ม NSAIDs ที่พบได้ทั่วไปมีอยู่ 2 ชนิด คือ ชนิดน้ำ และชนิดเม็ด ชนิดน้ำเหมาะสำหรับเด็กมีสีส้ม และชนิดเม็ดเหมาะกับผู้ใหญ่เม็ดสีชมพู ทำไมถึงไม่ควรกินยาลดไข้ กลุ่ม NSAIDs เมื่อสงสัยโรคไข้เลือดออก อาการของโรคไข้เลือดออก ที่มีลักษณะเด่น คือ มีจุดเล็ก ๆ รอยจ้ำเลือด หรือผื่นสีแดง ขึ้นตามบริเวณผิวหนัง แขน ขา หรือตามร่างกาย นั่นคืออาการที่บ่งบอกว่ามีเลือดออกภายในร่างกาย จากการติดเชื้อไวรัสเดงกี ทำให้มีปริมาณเกร็ดเลือดต่ำลง “ไม่ควรกินยาลดไข้ กลุ่ม NSAIDs เมื่อสงสัยโรคไข้เลือดออก” เพราะส่วนใหญ่ยากลุ่ม NSAIDs ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อกระเพาะอาหาร ทำให้เกิดแผล และเลือดออกทางเดินอาหารได้ง่าย ผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก จึงมีความเสี่ยงเลือดออกง่าย และเลือดออกในปริมาณที่มากขึ้นกว่าปกติ เสี่ยงเสียชีวิต !!! “หากมีอาการน่าสงสัย ควรรีบพบแพทย์”…
Read More
สีของปัสสาวะ-สุขภาพดี-เรื่องใกล้ตัวที่ต้องใส่ใจ!!

สีของปัสสาวะ-สุขภาพดี-เรื่องใกล้ตัวที่ต้องใส่ใจ!!

วิธีรักษาสุขภาพ, สุขภาพ, โรคและการป้องกัน
สีของปัสสาวะ...ภัยใกล้ตัวไม่ควรมองข้าม ปัสสาวะ (Urine)  คือ ของเหลวที่ร่างกายขับออกมาโดยการทำงานของไต หรือเป็นของเสียที่ร่างกายขับทิ้ง โดยปกติร่างกายเราจะขับปัสสาวะ วันละ 1.5 ลิตร เพื่อให้ร่างกายมีสมดุลที่ดีในแต่วัน การปัสสาวะจึงถือว่าเป็นกิจวัตรประจำวันที่ทุกคนต้องพบเจอ และหลีกเลี่ยงไม่ได้ สีของปัสสาวะ ปกติแล้วสีอะไร ? ปกติแล้วสีของปัสสาวะจะมีสีเหลืองอ่อน ใส ยิ่งเราดื่มน้ำมาก สีของปัสสาวะก็ยิ่งใส เจือจางตามปริมาณน้ำที่เราดื่มในแต่ละวัน สีของปัสสาวะบอกอะไรได้บ้าง ปัสสาวะ “ใส” “ไม่มีสี” ระยะเวลาติดต่อกันนานบ่งบอกว่าร่างกายของคุณได้น้ำรับในปริมาณที่มากเกินไป ทำให้เกลือแร่ที่อยู่ในร่างกายต่ำ มีความเจือจาง อาจส่งผลเสียต่อร่างกาย เช่นอาจมีภาวะ โรคเบาหวาน หรือโรคไต เป็นต้น แต่ถ้าปัสสาวะใส ไม่มีสี เป็นครั้งคราว อาจเกิดจากในวันนั้นคุณดื่มน้ำในปริมาณที่มากเกินไปเท่านั้น ไม่ต้องวิตกกังวลไป โดยปริมาณน้ำที่ร่างกายเราต้องการในแต่ละวัน คือ 8 แก้วต่อวัน หรือ 1.5 ลิตรต่อวัน หรือตามความเหมาะสมของร่างกาย และกิจวัตรประจำวันที่ต้องทำในแต่ละวันปัสสาวะมีสี “เหลืองเข้ม” คือ สีปัสสาวะที่มีความปกติ เพียงแค่คุณต้องดื่มน้ำในปริมาณที่เพิ่มขึ้นในแต่ละวันปัสสาวะมีสี “ขาวขุ่น” อาจเกิดจากทางเดินปัสสาวะมีการติดเชื้อเช่น โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบปัสสาวะมีสี “ชมพูอ่อน หรือ แดง” อาจมีเลือดปนอยู่ในปัสสาวะ แสดงถึงโรคไต นิ่วในไต หรือมีการออกกำลังหนักจนเกินไปทำให้อวัยวะบางส่วนบริเวณกระเพาะปัสสาวะฉีกขาดปัสสาวะมีสี “เขียว” อาจเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียในกระเพาะปัสสาวะปัสสาวะมีสี “ม่วง” พบได้มากในผู้ป่วยที่ใส่สายสวนปัสสาวะ ทำให้ติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ โดยมีชื่อเรียกเฉพาะว่า อาการปัสสาวะในถุงเป็นสีม่วง (purple urine bag syndrome) เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์ สีของปัสสาวะผิดปกติจากเดิมหลายวันติดต่อกันเป็นสีชมพู หรือสีแดง เนื่องจากมีเลือดปนออกมากับปัสสาวะสีของปัสสาวะเป็นสีส้ม หรือสีน้ำตาลเข้ม ร่วมกับผิวหนัง ตามีสีเหลือง และอุจจาระมีสีซีด ร่างกายของคุณกำลังบอกว่า ตับ ของคุณกำลังทำงานผิดปกติ สีปัสสาวะสามารถบอกได้ถึงสุขภาพของเราได้ส่วนหนึ่ง เราจึงต้องหมั่นสังเกตุว่าในแต่ละครั้งที่เราปัสสาวะออกมานั้น สีของปัสสาวะเป็นสีอะไร และมีความผิดปกติ ผิดแปลกไปจากเดิมหรือไม่ เพราะสีปัสสาวะ หรือปริมาณของปัสสาวะในแต่ละวันนั้น คือ ตัวบ่งบอกสุขภาพภายในของเราได้ ดังนั้น “สีของปัสสาวะ คือ เรื่องใกล้ตัวที่ต้องใส่ใจ” ไม่ควรที่จะมองข้าม ข้อมูลจาก : โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ #https://adriangatton.com/#สีของปัสสาวะ#สุขภาพ
Read More
อุ่นให้ร้อนก่อนกินอาหารใส่ถุง-ป้องกันเชื้อโรค-adriangatton

อุ่นให้ร้อนก่อนกินอาหารใส่ถุง-ป้องกันเชื้อโรค-adriangatton

สุขภาพ, โรคและการป้องกัน
ป้องกันเชื้อโรคก่อนกินอาหารใส่ถุง การดำเนินชีวิตในยุคปัจจุบัน มีความเปลี่ยนแปลงไปจากอดีตมากมายต้องรู้จักการป้องกันเชื้อโรค ไม่ว่าจะเป็นความเร่งรีบในชีวิต การทำงาน การเดินทาง ต่างต้องใช้ความเร่งรีบเพื่อแข่งขัน เพื่อที่จะหาสิ่งที่ดีที่สุดให้กับชีวิต             ในชีวิตที่มีความเร่งรีบนั้น ต่างต้องหาสิ่งที่มาทดแทนระยะเวลา สิ่งหนึ่งที่ช่วยประหยัดเวลาในชีวิตได้มากเลยก็คือ การซื้ออาหารใส่ถุง หรือข้าวแกงใส่ถุงกลับบ้าน ต้องเลือกร้านที่สะอาดและถูกสุขอนามัยปราศจากเชื้อโรค เพื่อที่จะทานเป็นอาหารเช้า กลางวัน หรือเย็น ซึ่งเป็นการประหยัดเวลาในการเตรียมอาหารมื้อต่าง ๆ จึงได้มีการซื้ออาหารใส่ถุงหรืออาหารปรุงสำเร็จโดย ไม่ต้องเสียเวลาออกไปซื้อของที่ตลาดสด ไม่ต้องเสียเวลาทำกับข้าวในมื้อต่าง ๆ เพียงแค่กลับจากที่ทำงาน และแวะซื้ออาหารใส่ถุงเข้าบ้าน ซึ่งมีหลากหลายเมนูให้เลือกสรรมากมายแต่รู้ไหมว่าอาหารใส่ถุงไม่มีเชื้อโรคปะปนมาพอถึงบ้าน ถึงหอพัก ก็เทใส่จาน ชาม พร้อมรับประทานได้เลยโดยใช้เวลาไม่นาน และเสียเวลา แต่ใครจะรู้ในความสะดวกสบายก็แฝงมาด้วยเหล่าวายร้าย เชื้อโรคต่าง ๆ อาจมาพร้อมกับอาหารใส่ถุงต่างๆที่ซื้อเหล่านี้ได้ บางร้านความสะอาด อาจจะยังไม่เพียงพอ ไม่ถูกสุขอนามัยในการทำอาหาร ซึ่งเราไม่อาจเห็นในส่วนของวิธี ขั้นตอนการเตรียมอาหารอาจจะมีเชื้อโรคก็ได้ เพราะ พ่อค้า แม่ค้า ใส่กับข้าวลงถุง พร้อมรัดหนังยางปิดมิดชิดไปแล้ว ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยจากแหล่งเชื้อโรค หรือป้องกันเชื้อโรคที่อาจมาพร้อมอาหารใส่ถุง “ควรจะต้องอุ่นอาหารให้ร้อน” ก่อนรับประทานอาหารก็สามารถป้องกันเชื้อโรคได้ วิธีการรับประทานอาหารใส่ถุงที่ถูกสุขอนามัย หากเป็นอาหารที่ปรุงสุกใหม่ ควรรับประทานทันที ไม่ทิ้งไว้นานหากเป็นอาหารที่เราไม่ทราบว่าปรุง ประกอบอาหารตั้งแต่ตอนไหน ควรที่จะอุ่นอาหารใส่ถุงให้มีความร้อนก่อนรับประทาน ด้วยการอุ่นอาหารผ่านไมโครเวฟไม่กี่นาที เปิดเตาแก๊สอุ่นอาหาร เพียงเท่านี้เราก็รับประทานอาหารใส่ถุงได้อย่างปลอดภัยจากเชื้อโรค วิธีการเลือกซื้ออาหารใส่ถุง เลือกซื้ออาหารใส่ถุงที่ปรุงสุก ใหม่เลือกซื้ออาหารใส่ถุงที่ไม่มีฟอง ไม่มีกลิ่นเหม็นเปรี้ยว หรือกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์จากอาหารที่ไม่ใช่กลิ่นอาหารนั้น ไม่เลือกซื้ออาหารใส่ถุงที่ทิ้งไว้นาน และมีโอกาสเน่าเสียง่าย วิธีการเลือกร้านค้าเพื่อซื้ออาหารใส่ถุง เลือกร้านค้าที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานต่าง ๆ เรื่องความสะอาด และถูกสุขอนามัยเลือกร้านค้าที่มีโต๊ะวางอาหารสูงจากพื้นอย่างน้อย 60 เซนติเมตรเลือกร้านค้าที่ไม่มีแมลงวันคอยตอมอาหาร หรือไม่มีแมลงสาป หนูวิ่งผ่านไป ผ่านไปบริเวณร้านค้าเลือกร้านอาหารที่พ่อค้า แม่ค้า หรือผู้ขาย แต่งกายสะอาด ใส่หมวกคลุมผม ใส่ผ้ากันเปื้อน โรคร้ายที่มากับอาหารปนเปื้อน (ไม่สะอาด) โรคอุจจาระร่วงโรคอาหารเป็นพิษโรคบิดโรคไทฟอยด์โรคอหิวาตกโรค ใช้เวลาอุ่นอาหารเพียงไม่กี่นาทีก็สามารถปลอดภัยจากเชื้อโรคได้แน่นอน “อย่าลืมอุ่นอาหาร ก่อนรับประทานกันนะคะ” ข้อมูลจาก : กรมอนามัย #https://adriangatton.com/#อาหารถุง#เชื้อโรค
Read More
9 เคล็ดลับ แก้ปัญหาอาการนิ้วล็อค-วิธีรักษา-adriangatton

9 เคล็ดลับ แก้ปัญหาอาการนิ้วล็อค-วิธีรักษา-adriangatton

วิธีรักษาสุขภาพ, โรคและการป้องกัน
อาการนิ้วล็อค อาการนิ้วล็อคนั้นไม่ใช่เรื่องแปลก และมีผู้คนที่เป็นจำนวนมาก ถึงจะไม่ได้มีความอันตรายมากนัก และสามารถที่จะรักษาให้หายได้ แต่ก็มักจะเป็นปัญหาในการใช้ชีวิตในผู้ที่เป็นโรคนี้ โดยอาการนิ้วล็อคนั้นมาจากการใช้งานนิ้วมือที่หนักจนเกินไป จนทำให้ปลอกของเส้นเอ็นที่นิ้วมือนั้นเกิดการอักเสบ เมื่อมีอาการอักเสบก็จะทำให้เส้นเอ็นที่นิ้วมือนั้นตีบลง จนทำให้เส้นเอ็นบริเวณนิ้วมือไม่สามารถที่จะทำงานได้ตามปกติ และจะทำให้เกิดอาการนิ้วล็อคบ่อยครั้ง ดังนั้นบทความนี้จึงจะมาแนะนำเคล็ดลับง่าย ๆที่ช่วยแก้ปัญหาอาการนิ้วล็อคให้บรรเทาลง สาเหตุที่เกิดอาการนิ้วล็อค 1. การยกของหนัก นั้นเป็นสาเหตุหลักของการเกิดอาการนิ้วล็อค หากมีการยกของที่มีน้ำหนักที่มากจนเกินไปด้วยการยกที่ผิดวิธี จะทำให้น้ำหนักของสิ่งของนั้นตกลงที่บริเวณข้อของนิ้วมือมากจนเกินไป เมื่อมีการทำแบบนี้บ่อยครั้งก็จะเกิดการอักเสบของเส้นเอ็นทำให้เกิดอาการนิ้วล็อค ดังนั้นหากจำเป็นที่จะต้องมีการยกของหนักก็ควรที่จะมีผ้าสัก 1 ผืน รองรับน้ำหนักจากสิ่งของนั้น ไม่ให้ลงที่บริเวณข้อของนิ้วมือมากจนเกินไป เพราะเมื่อมีการนำผ้ามาใช้ในการยกสิ่งของจะทำให้น้ำหนักนั้นตกลงที่บริเวณฝ่ามือแทน วิธีนี้จึงสามารถที่จะช่วยได้ หรืออาจเป็นการอุ้มสิ่งของนั้นแทนการใช้นิ้วมือยกขึ้นมา ก็จะสามารถช่วยลดการเกิดนิ้วล็อคได้เช่นกัน           2. หากมีการซักผ้าด้วยมือ ไม่ควรที่จะบิดผ้าครั้งละจำนวนมาก ๆหรือบิดผ้าด้วยแรงที่มากจนเกินไป เพราะจะเป็นการใช้งานที่บริเวณข้อของนิ้วมือมากจนเกินไป เมื่อมีการทำบ่อยครั้งก็จะทำให้เกิดอาการอักเสบ และมีอาการนิ้วล็อคตามมา           3. ผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับการก่อสร้าง หรือช่างซ่อมบำรุงต่าง ๆ ที่ต้องมีการใช้อุปกรณ์ช่างต่าง ๆ เช่น ค้อน เลื่อย ไขควง เป็นต้น และเครื่องมือช่างอื่น ๆอีกมากมาย ที่จำเป็นจะต้องใช้ในการทำงาน ซึ่งไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงการใช้งานนิ้วมือที่หนักได้ ดังนั้นควรที่จะมีการสวมถุงมือในการทำงาน เพื่อเป็นการบรรเทาไม่ให้นิ้วมือออกแรงในการใช้งานอุปกรณ์ต่าง ๆที่มากจนเกินไป จะสามารถที่จะช่วยบรรเทาอาการนิ้วล็อคได้           4. อาชีพที่ต้องมีการทำอาหาร จับมีด จับกระทะ และอุปกรณ์ต่าง ๆในการทำอาหาร ควรที่จะมีการนำผ้ามารองอุปกรณ์นั้น ๆในการจับ เพื่อลดการกำของนิ้วมือที่แน่น และใช้เวลานาน เพราะนี่ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการนิ้วล็อคได้เช่นกัน วิธีรักษาอาการนิ้วล็อค           หากมีอาการนิ้วล็อคเกิดขึ้น การแช่นิ้วมือในน้ำอุ่นจะสามารถช่วยบรรเทาให้เส้นเอ็นนั้นคลายตัวได้ โดยการนำมือแช่กับน้ำอุ่น และค่อย ๆกำ และแบมือเบา ๆเรื่อย ๆจนกว่าอาการจะดีขึ้น หรือหากมีการแช่นิ้วมือในน้ำอุ่นทุกวันก็เป็นอีกวิธีหนึ่งในการช่วยรักษาอาการนิ้วล็อคได้เช่นกัน #https://adriangatton.com/#อาการนิ้วล็อค#วิธีรักษา
Read More