9 เคล็ดลับ แก้ปัญหาอาการนิ้วล็อค-วิธีรักษา-adriangatton

9 เคล็ดลับ แก้ปัญหาอาการนิ้วล็อค-วิธีรักษา-adriangatton

วิธีรักษาสุขภาพ, โรคและการป้องกัน
อาการนิ้วล็อค อาการนิ้วล็อคนั้นไม่ใช่เรื่องแปลก และมีผู้คนที่เป็นจำนวนมาก ถึงจะไม่ได้มีความอันตรายมากนัก และสามารถที่จะรักษาให้หายได้ แต่ก็มักจะเป็นปัญหาในการใช้ชีวิตในผู้ที่เป็นโรคนี้ โดยอาการนิ้วล็อคนั้นมาจากการใช้งานนิ้วมือที่หนักจนเกินไป จนทำให้ปลอกของเส้นเอ็นที่นิ้วมือนั้นเกิดการอักเสบ เมื่อมีอาการอักเสบก็จะทำให้เส้นเอ็นที่นิ้วมือนั้นตีบลง จนทำให้เส้นเอ็นบริเวณนิ้วมือไม่สามารถที่จะทำงานได้ตามปกติ และจะทำให้เกิดอาการนิ้วล็อคบ่อยครั้ง ดังนั้นบทความนี้จึงจะมาแนะนำเคล็ดลับง่าย ๆที่ช่วยแก้ปัญหาอาการนิ้วล็อคให้บรรเทาลง สาเหตุที่เกิดอาการนิ้วล็อค 1. การยกของหนัก นั้นเป็นสาเหตุหลักของการเกิดอาการนิ้วล็อค หากมีการยกของที่มีน้ำหนักที่มากจนเกินไปด้วยการยกที่ผิดวิธี จะทำให้น้ำหนักของสิ่งของนั้นตกลงที่บริเวณข้อของนิ้วมือมากจนเกินไป เมื่อมีการทำแบบนี้บ่อยครั้งก็จะเกิดการอักเสบของเส้นเอ็นทำให้เกิดอาการนิ้วล็อค ดังนั้นหากจำเป็นที่จะต้องมีการยกของหนักก็ควรที่จะมีผ้าสัก 1 ผืน รองรับน้ำหนักจากสิ่งของนั้น ไม่ให้ลงที่บริเวณข้อของนิ้วมือมากจนเกินไป เพราะเมื่อมีการนำผ้ามาใช้ในการยกสิ่งของจะทำให้น้ำหนักนั้นตกลงที่บริเวณฝ่ามือแทน วิธีนี้จึงสามารถที่จะช่วยได้ หรืออาจเป็นการอุ้มสิ่งของนั้นแทนการใช้นิ้วมือยกขึ้นมา ก็จะสามารถช่วยลดการเกิดนิ้วล็อคได้เช่นกัน           2. หากมีการซักผ้าด้วยมือ ไม่ควรที่จะบิดผ้าครั้งละจำนวนมาก ๆหรือบิดผ้าด้วยแรงที่มากจนเกินไป เพราะจะเป็นการใช้งานที่บริเวณข้อของนิ้วมือมากจนเกินไป เมื่อมีการทำบ่อยครั้งก็จะทำให้เกิดอาการอักเสบ และมีอาการนิ้วล็อคตามมา           3. ผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับการก่อสร้าง หรือช่างซ่อมบำรุงต่าง ๆ ที่ต้องมีการใช้อุปกรณ์ช่างต่าง ๆ เช่น ค้อน เลื่อย ไขควง เป็นต้น และเครื่องมือช่างอื่น ๆอีกมากมาย ที่จำเป็นจะต้องใช้ในการทำงาน ซึ่งไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงการใช้งานนิ้วมือที่หนักได้ ดังนั้นควรที่จะมีการสวมถุงมือในการทำงาน เพื่อเป็นการบรรเทาไม่ให้นิ้วมือออกแรงในการใช้งานอุปกรณ์ต่าง ๆที่มากจนเกินไป จะสามารถที่จะช่วยบรรเทาอาการนิ้วล็อคได้           4. อาชีพที่ต้องมีการทำอาหาร จับมีด จับกระทะ และอุปกรณ์ต่าง ๆในการทำอาหาร ควรที่จะมีการนำผ้ามารองอุปกรณ์นั้น ๆในการจับ เพื่อลดการกำของนิ้วมือที่แน่น และใช้เวลานาน เพราะนี่ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการนิ้วล็อคได้เช่นกัน วิธีรักษาอาการนิ้วล็อค           หากมีอาการนิ้วล็อคเกิดขึ้น การแช่นิ้วมือในน้ำอุ่นจะสามารถช่วยบรรเทาให้เส้นเอ็นนั้นคลายตัวได้ โดยการนำมือแช่กับน้ำอุ่น และค่อย ๆกำ และแบมือเบา ๆเรื่อย ๆจนกว่าอาการจะดีขึ้น หรือหากมีการแช่นิ้วมือในน้ำอุ่นทุกวันก็เป็นอีกวิธีหนึ่งในการช่วยรักษาอาการนิ้วล็อคได้เช่นกัน #https://adriangatton.com/#อาการนิ้วล็อค#วิธีรักษา
Read More
สุขภาพฟันไม่ควรมองข้าม!!!

สุขภาพฟันไม่ควรมองข้าม!!!

โรคและการป้องกัน
เรื่องฟันที่ควรรู้ หลายคนก็อยากมีฟันที่ขาวสะอาด โดนก็หาวิธีต่างๆมาขัดฟันมากมายเพื่อให้ฟันมีสีขาว โดยมีวิธีใช้มะนาวขัดฟันจะสามารถช่วยให้ฟันขาวได้ สำหรับความเชื่อที่เอามะนาวหั่นเป็นแว่นแล้วเอามาถูกับฟันจะทำให้ฟันขาวขึ้นจริงๆลแวเป็นความเชื่อที่ผิดเพราะฟันที่มีการเปลี่ยนสีจะมีจาก 2 สาเหตุด้วยกัน คือสาเหตุจากการที่มีสีจากภายนอกมาสะสมที่บริเวณผิวฟันและสาเหตุที่เกิดจาตัวของฟันเองที่มันมีความเหลือง ในกรณีที่เกิดจากการติดสีบริเวณภายนอกฟันการทำความสะอาดจริงๆไม่จำเป็นต้องใช้น้ำมะนาวก็ได้แต่ใช้การทำความสะอาดปกติทั่วไปอย่างถูกวิธีก็จะสามารถช่วยให้ฟันขาวขึ้นได้แต่ถ้าในกรณีที่เกิดจากภาวะของเนื้อฟันที่มีความเหลืองต่อให้เราทำความสะอาดแค่ไหนเอาน้ำมะนาวมาเป็นลิตรมาถูที่ฟันเรายังไงก็ไม่หายเหลืองยิ่งเราใช้น้ำมะนาวถูฟันมากเท่าไหร่ชั้นเคลือบฟันของเราก็บางลงไปมากขึ้นเท่านั้น พอผิวเคลือบฟันบางลงเนื้อฟันที่อยู่ด้านในจะเป็นสิ่งที่มีความเหลืองมากกว่า เพราะยิ่งถูจะยิ่งเหลือง แต่ถ้าฟันเหลืองจากเนื้อฟันด้านในสามารถใช้การฟอกสีฟันโดยทันตแพทย์ได้ก็จะช่วยให้เนื้อฟันที่มันเหลืองขาวขึ้นมาได้ แต่ก็ต้องทำภายใต้การดูแล และควบคุมโดยแพทย์ด้วยเช่นกัน สำหรับความเชื่อว่าการขูดหินปูนและการใช้ไหมขัดฟันบ่อยๆจะทำให้ฟันห่าง จริงๆแล้วเป็นความเชื่อที่ผิดในกรณีที่คนไข้มีภาวะโรคเหงือกหรือมีภาวะที่เศษอาหารติดตามซอกฟันเยอะๆหรือมีหินปูนสิ่งทีสะสมพวกนี้มันก็จะติดอยู่ที่ระหว่างฟัน เราก็จะมีความรู้สึกว่าระหว่างฟันมันเต็มๆแต่ว่ามันเต็มไปด้วยสิ่งที่มันไม่สมควรอยู่เวลาไปหาหมอขูดหินปูนออกแล้วฟลังจากนั้นรู้สีกว่าฟันห่างขึ้น ซึ่งจริงๆแล้วไม่ใช่เพราะการขูดหินปูน แต่เป็นเพราะภาวะเหงือกร่นเป็นภาวะที่คนไข้มีอยู่แล้วถ้าเราจะไม่เอาพวกหินปูนหรือเศษอาหารที่ติดอยู่ตรงนั้นออกเพื่อให้ฟันดูเต็มรูเหมือนเดิมก็ไม่ได้เพราะถ้าเรายิ่งสะสมพวกนั้นเอาไว้เหงือกก็ยิ่งร่นรวมถึงถ้าเป็นมากๆฟันจะโยกหรือสุดท้ายต้องถอนฟันไปเลยก็ได้
Read More
สายตาของคุณมีปัญหาหรือไม่!!!

สายตาของคุณมีปัญหาหรือไม่!!!

โรคและการป้องกัน
สายตาของคุณมีปัญหาหรือไม่ สุขภาพดีบำรุงสายตา!!! ปัจจุบันคนส่วนใหญ่มักติดสมาร์ทโฟนและจอคอมพิวเตอร์ แต่ละวันคนเรามักจะใช้ชีวิตอยู่กับจอเหล่านี้จนส่งผลให้สายตาเสียได้มากขึ้น ซึ่งไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ และเราไม่ควรจ้องจอนานเกิน 4 ชั่วโมง/วัน อาการเริ่มแรกจะมีอาการตามั่ว อาจมองเห็นเสาไฟฟ้าเบี้ยวๆ เห็นสีไม่ชัดเจน ความคมชัดของรูปเสีย และที่เห็นได้ชัดๆตรงกลางที่เป็นรูปตามันจะหายไปเลย เพราะดวงตาของเราคล้ายๆกล้องถ่ายรูปประกอบไปด้วยเลนส์ตา และฟิล์ม เวลาจอประสาทตาเสื่อม เวลาเห็นภาพก็จะเห็นไม่ดี และพอส่งไปประสาทที่สมองต้องประเมินผลไม่ได้ เพราะจอรับภาพเสีย ถือได้ว่าโรคจอประสาทตาเสื่อมมี 2 ชนิด 1.ประสาทเสื่อมแบบเปียก 2.ประสาทตาเสื่อมแบบแห้ง จอประสาทตา คือ เนื้อเยื่อชั้นในสุดของลูกตา หรือผนังด้านในของลูกตาเรา โดยมันจะทำหน้าที่คล้ายฟิล์มถ่ายภาพ คือรับภาพมาจากเลนส์ตาแล้วเกิดเป็นภาพจากนั้นก็จะส่งภาพนั้นไปตามเส้นประสาทตา เพื่อส่งไปแปรผลที่สมองนั่นเอง แต่ถ้าจอประสาทตาเกิดมีอาการเสื่อมหรือชำรุดขึ้นก็จะทำให้การรับภาพนั้นทำได้ไม่ดี ซึ่งก็จะส่งผลให้การมองเห็นผิดปกติขึ้นได้ เช่น เห็นภาพไม่ชัด เห็นสีเพี้ยน และเห็นเป็นภาพบิดเบี้ยวหรือมองเห็นแค่ด้านข้างแต่ตรงกลางมืดก็ได้ เพราะฉะนั้นใครที่มีปัญหาด้านจอประสาทตาเสื่อมควรไปตรวจวัดสายตา ว่าตามัวไหม ภาพซ้อนไหม การมองเห็นสีเป็นอย่างไร หลังจากนั้นก็ขยายม่านตาเข้าไปดูจอประสาทตา ดูว่าความโค้งของจอประสาทตาว่าปกติไหม ตรวจเช็คสายตาวัดความสั้น-ยาวของสายตาเป็นประจำ เพื่อจะได้เข้ารับการรักษาเมื่อสายตามีความผิดปกติ จากการสำรวจจากกระทรวงสาธารณสุข ในปัจจุบันพบว่าคนไทยมีปัญหาเรื่องจอประสาทตาเสื่อมเยอะมาก เมื่อก่อนมักจะพบในผู้สูงวัย ปัจจุบันพบเกือบทุกช่วงวัย เนื่องจากปัจจุบันบางคนดูโทรทัศน์และซีรีย์ โดยใช้ตาในการจ้องจอนานๆ โดยมีวิธีป้องกันไม่ให้จอประสาทตาเสื่อมโดยใช้ฟิล์มป้องกันแสงสีฟ้า และไม่ควรจ้องจอนานเกินติดต่อกันนานถึง 1 ชั่วโมงหรืออาจจะหลับตา เพื่อพักสายตา และหลักๆที่สำคัญคือ เรื่องของอาหารที่ส่งเสริมสุขภาพด้วยตา ซึ่งได้แก่ วิตามิน Aหรือเบต้าแคโรทีน ที่พบในพวกผักบุ้ง ตำลึง แครอท กะหล่ำปลี ผักโขม ผักคะน้า ผักกาดแก้ว บล๊อคโคลี่ ถั่วลันเตา และผลไม้ คือมะละกอ ส่วนไข่แดงจะช่วยให้ตาหวาน ตาเยิ้ม ตาไม่แห้ง และยังช่วยบำรุงสุขภาพดวงสายตา และสารที่ให้สีในพืชผักผลไม้ พวกสารแอโทเซรานีนจะพบมากในพืชผลไม้ที่มีสีม่วงแดง เช่นตระกูลเบอร์รี่ พวกข้าวไรซ์เอร์รี่คุณค่าทางโภชนาการมากกว่า แต่ยังช่วยส่งเสริมสุขภาพด้านดวงตาได้อีกด้วย  
Read More