ผู้สูงอายุ สุขภาพดี

ผู้สูงอายุ สุขภาพดี

วิธีรักษาสุขภาพ
เตรียมความพร้อมก่อนเป็นผู้สูงอายุ ปัจจุบันไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแล้ว ถ้าเตรียมตัวดีชนะทุกสิ่งทุกอย่างไม่ต้องสนใจอายุเยอะ ยิ่งอายุมากยิ่งสุขภาพดี โดยที่เราจะต้องเตรียมตัวของเราตั้งแต่สมัยหนุ่มๆเสียก่อนโดยต้องให้ลูกหลานจดจำว่าเราจะต้องเป็นผู้สูงอายุที่มีคุณภาพ ไม่เป็นภาระแก่ลูกหลาน และให้เป็นสิ่งที่น่าจดจำ บางครอบครัวมีผู้สูงอายุที่มีสุขภาพแข็งแรงคล่องแคล่วว่องไว โดยผู้สูงอายุไม่ได้ต้องการอะไรนอกจากกำลังใจจากคนใกล้ตัว เพื่อจะได้เป็นผู้สูงอายุที่แข็งแรง กระฉับกระเฉง ช่วยเหลือตัวเองได้ เดินทางไปเที่ยวตามเขาตามป่า โดยปกติจะต้องมีคนคอยช่วยพยุงหรือนั่งรถกระเช้าขึ้นไปเพราะไม่กล้าให้เดินขึ้นไปเดี๋ยวจะหกล้มและเกิดอุบัติเหตุได้ แต่บอกว่าไม่ต้องเดินไปเองได้ไม่เป็นอะไรเพราะผมเป็นผู้สูงอายุผมก็ต้องแข็งแรง สุขภาพต้องดี มีงานทำมีความมั่นคงในชีวิต ทำไมผู้สูงอายุถึงมีร่างกายที่แข็งแรง ออกกำลังกายสุขภาพแข็งแรงได้จริงหรือ? โดยถ้าผู้สูงอายุรู้จักการวางแผนจะได้เป็นคุณปู่คุณตาคุณย่าคุณยายที่ลูกหลานรักและน่าเคารพไม่ใช่เป็นเพียงคนแก่ๆที่ใครๆก็มองว่าเป็นภาระ เพราะการจะทำให้มีร่างกายที่แข็งแรงมาก ผู้สูงอายุต้องไปออกกำลังกายทุกวันถึงแม้ว่าฝนตก แดดออกก็ต้องไป ยกเว้นแต่ไม่สบาย นานๆจะเกิดสักที เพราะคิดว่าอาจจะเป็นเพราะการออกกำลังกายตั้งแต่หนุ่มๆ โดยไปวิ่งพอกลับมาที่บ้านก็ลองยกแขนยกขาซักประมาณ 30 นาที จะช่วยยืดเส้นยืดสายไม่ทำให้เส้นบริเวณต่างๆนั้นตึงหรือเป็นสาเหตุทำให้เกิดอัมพฤกษ์ อัมพาตได้ ที่มา#http://adriangatton.com/#ดูแลผู้สูงอายุ#ผู้สูงอายุ
Read More
สุขภาพดีบำบัดได้ด้วยโยคะ

สุขภาพดีบำบัดได้ด้วยโยคะ

วิธีรักษาสุขภาพ
ปัจจุบันการใช้ชีวิตประจำวันของคนส่วนใหญ่มักจะอยู่ในอิริยาบถเดิมเป็นเวลานาน หรืออยู่ในท่านั่งเป็นเวลานานจนเกินไป เพราะเวลาเรานั่งนานๆกล้ามเนื้อบริเวณหลังก็จะค่อยๆตึง ซึ่งเส้นประสาทจะอยู่บริเวณหลังค่อนข้างเยอะ พอกล้ามเนื้อตึงก็จะค่อยๆดึงกระดูกลงมากดทับเส้นประสาท จึงส่งผลให้บางคนมีอาการหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท โดยอาการเบื้องต้นจะรู้สึกปวดหลัง หรือปวดเมื่อยบริเวณหลัง โดยสาเหตุมาจากการนั่งผิดท่า ยืน และเดินผิดท่าก็ทำให้มีผลเหมือนกัน บางคนยังหาทางรักษาให้หาย ซึ่งก็หายบ้างและไม่หายบ้างบางคนซื้อยามารับประทานหรือทายาชนิดต่างๆเพื่อบรรเทาอาการปวดเบื้องต้น โดยมีวิธีรักษาด้วยวิธีโยคะบำบัดปวดหลัง โดยท่ายืดและท่าเสริมสร้างความแข็งแรงประกอบไปด้วยท่าง่ายๆไม่ใช่เฉพาะทำให้หลังแข็งแรงแต่ยังช่วยทำให้แกนกลางลำตัวเราแข็งแรง จะทำให้หลังสามารถรับน้ำหนักได้ดีขึ้น คนที่ปวดหลังก็สามารถฝึกท่าเหล่านี้ในชีวิตประจำวันได้ ท่าที่ 1 ท่าบัทเตอร์ฟาย     ท่าที่ 2 ท่าจิ้งจก เป็นท่าที่ช่วยบรรเทาอาการปวดหลังได้ดี โดยจะยืดคลายกล้ามเนื้อ เริ่มจากนั่งขัดสมาธิ หายใจเข้า ยก 2 แขน ประกบฝ่ามือ และยืดหลังขึ้นตรง แล้วหายใจออกเหยียดแขนไปทางด้านหน้า แล้วค่อยๆทิ้ง ศีรษะลงไป เพื่อผ่อนคลายร่างกายทุกส่วน สำหรับคนที่ตึงมากๆ ยืดไว้ก็จะรู้สึกว่าหลังของเรา ได้คลาย ผ่อนคลายสูดลมหายใจเข้าออกให้ถึงท้อง หายใจเข้าแล้วยก 2 แขนดึงตัวกลับขึ้นมา หายใจออกและลดมือลงตามลำดับ การเล่นโยคะ ถือเป็นการออกกำลังกายชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน เรื่องความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ การทรงตัว และความสมดุลของร่างกาย เพราะการเล่นโยคะแต่ละถ้านั้นจะมีการใช้กล้ามเนื้อทั่วทุกส่วนของร่างกาย มีผลดีต่อร่างกายและจิตใจ ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับข้อต่อต่างๆ และสามารถช่วยผ่อนคลายลดความตึงเครียดจากการทำงาน รวมถึงมีการฝึกกำหนดลมหายใจหรือลมปานอีกด้วย การเล่นโยคะยังสามารถช่วยให้ระบบไหลเวียนของเลือดดีขึ้น เมื่อเลือดไหลเวียนได้ดีระบบต่างๆในร่างกายของเราก็ทำงานได้ดีตามไปด้วยส่งผลให้เราดูอ่อนกว่าวัยหน้าใสขึ้น และยังช่วยเสริมสร้างบุคลิกภาพ ฝึกสมอง เพราะผลจากการฝึกลมหายใจเป็นการเพิ่มออกซิเจนที่จะช่วยไปเลี้ยงสมอง ทำให้สมองของเราปลอดโปร่งและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
Read More
เคล็ดลับช่วยผ่อนคลายหลั่งสารเอ็นโดรฟิน

เคล็ดลับช่วยผ่อนคลายหลั่งสารเอ็นโดรฟิน

วิธีรักษาสุขภาพ
การได้พักร่างกายและช่วยให้ร่างกายมีการผ่อนคลายได้ดีที่สุด โดยมีการหากิจกรรมที่ช่วยให้ร่างกายรู้สึกสบาย  เช่น การหากิจกรรมยามว่างทำ การอ่านหนังสือ การฟังเพลงจังหวะสบายๆ หรือการนวดก็สามารถช่วยผ่อนคลายได้ไม่น้อยสามารถทำได้ก่อนที่จะนอนหลับ การอาบน้ำอุ่น หรือการนั่งสมาธิซึ่งช่วยให้ร่างกายหลั่งสารเอ็นโดรฟินออกมาทำให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลายและช่วยให้นอนหลับได้สบายยิ่งขึ้น ถือเป็นเคล็ดลับง่ายๆที่ช่วยชาร์ทแบตร่างกายให้คุณนอนหลับอย่างสบายๆแบบสุขภาพดี ตื่นเช้าอย่างสดชื่น พร้อมรับวันรุ่งขึ้นได้อย่างเต็มที่เพราะการนอนหลับอย่างเพียงพอถือเป็นสิ่งสำคัญของชีวิต เพราะการนอนหลับมีประโยชน์หลายประการ โดยเป็นการช่วยให้ระบบต่างๆภายในร่างกายได้พักและซ่อมแซมระบบที่สึกหรอข้างในให้พร้อมสู้กับวันใหม่ของร่างกาย การนอนถือเป็นสิ่งสำคัญเมื่อร่างกายเราถูกใช้งานเต็มที่แล้ว ก็ควรหาเวลาพักผ่อนร่างกายให้เพียงพอในแต่ละวัน ไม่ควรหักโหมและอดหลับอดนอน และที่สำคัญควรจัดบรรยากาศสภาพแวดล้อมของห้องนอนจะต้องสะดวกสบายที่จะช่วยให้การนอนมีสุขภาพที่ดี เริ่มต้นจากลักษณะของเตียงนอนที่มีขนาดเหมาะสมมีความสบายไม่ทำให้อึดอัดเวลานอน หมอนหนุนคอควรเลือกที่มีความนุ่มและมีขนาดที่พอดี ภายในห้องนอนควรหรี่ไฟให้สลัวก่อนเข้านอนประมาณ 1 ชั่วโมง เพื่อเตรียมสมองว่าถึงเวลาพักผ่อนแล้ว รวมทั้งปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศในห้องให้พอดี ไม่หนาวหรือร้อนเกินไป และไม่ควรดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของกาเฟอีก เช่น น้ำชา กาแฟ หรือน้ำอัดลม เพราะคาเฟอีนจะกระตุ้นให้ร่างกายตื่นตัวทำให้นอนหลับได้ยาก การนอนที่มีคุณภาพที่สุด ถ้าหากมีความจำเป็นต้องนอนดึกแล้วต้องตื่นเช้าไปทำงาน ควรให้ร่างกายได้พักซักครึ่งช่วงโมงในช่วงเวลา 13:00-16:00 น.จะคุณค่าเท่ากับการนอนในเวลากลางคืนถึง 4 ชั่วโมง ถ้ามีเวลาก็ไปแอบงีบซึ่งมีประโยชน์มากเลยทีเดียว เพราะเรานอนเนื่องจากบางทีเราเหนื่อยมากๆหรือถ้าเราใช้สมองเยอะๆ เราก็ควรไปนอนพักสักหน่อย เพราะฉะนั้นการนอนมีปัจจัยแปรผันมาก บางคนนอนไม่หลับก็กินยาแบบนี้ไม่ควรทำเราต้องรู้ว่าต้นเหตุคืออะไรหรือสิ่งที่กระตุ้นสมองหรือความฟุ้งซ่านของตัวเราก่อนเพื่อทราบต้นเหตุของการนอนไม่หลับ และมีกลุ่มยาบำรุงร่างกายลุ่มยาและวิตามินบำรุงสมอง คือ เมลาโทนิน คือวิตามินจากธรรมชาติที่ช่วยให้นอนหลับลึกมากยิ่งขึ้นสามารถทานได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ข้อดีของยาตัวนี้คือไม่ติดและไม่แรงเหมือนยานอนหลับ แต่ตัวยานี้สามารถช่วยร่างกายในเรื่องการนอนได้แน่นอน
Read More
วิตามินซีน่ารู้สารพัดประโยชน์!!!

วิตามินซีน่ารู้สารพัดประโยชน์!!!

วิธีรักษาสุขภาพ
วิตามินซี น่ารู้ต้านหวัดสารพัดประโยชน์ วิตามินซีเป็นวิตามินที่ทุกคนรู้จัก เราน่าจะเคยซื้อวิตามินซีที่ค่อนข้างแพร่หลายมากิน อย่างแรกก็ต้องมาดูว่าวิตามินซีมีประโยชน์อย่างไร ความจริงแล้ววิตามินซีช่วยป้องกันการเลือดออกตามไรฟัน เพราะวิตามินซีจะช่วยซ่อมแซมเส้นเลือดฝอยเล็กๆรวมไปถึงเส้นเลือดหัวใจและเส้นเลือดในร่างกายด้วย และมีฤทธิ์ในการเพิ่มการทำงานของเม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่งในการฆ่าเชื้อโรค ถึงมีประโยชน์ในเรื่องสุขภาพว่าวิตามินซีจำเป็นต่อร่างกายเรามากในการช่วยป้องกันเพราะว่าโลกในปัจจุบันสกปรกขึ้นและเต็มไปด้วยเชื้อโรคมากขึ้น ช่วยสร้างเม็ดสีได้ช้าลงทำให้ตัวเราสว่างขึ้น เพราะหลายๆคนพยายามกินวิตามินซี เพื่อให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้นและช่วยสร้างคอลลาเจน เพราะมีฤทธิ์ในการต้านสารอนุมูลอิสระและช่วยในการชะลอวัยด้วย วิตามินซีส่วนใหญ่ร่างกายสร้างเองไม่ได้ เราจึงจะต้องกินวิตามินซีซึ่งมักจะได้จากผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว ฝรั่ง ส้ม มะนาว กลุ่มพวกนี้จะมีวิตามินซีเยอะแต่ก็ยังไม่เพียงพอในแต่ละวัน เพราะปริมาณที่ร่างกายต้องการประมาณ 500 มิลลิกรัม แต่ถ้าคนที่มีร่างกายอ่อนแอควรกิน โดยมีวิตามินซีมากมายหลายชนิด แต่จะออกฤทธิ์เป็นกรด คนที่มีโรคประจำตัวมักจะกินไม่ได้ เช่น โรคกะเพาะ คนที่สูบบุหรี่ วิตามินซีจะไปปรับให้มันเป็นกลางทำให้คนที่สูบบุหรี่ หรือกินเหล้าแล้วมีกรดในกระเพาะหรือมีโรคในกะเพาะอาหารเมื่อกินวิตามินซีเข้าไปแล้วก็จะไม่ละคายเคืองสำคัญที่สุดเลยจากการวิจัยเรื่องอาหารการกินนั่นวิตามินซียังมีปริมาณไม่เพียงพอ ดังนั้นวิตามินซีจำเป็นต้องกินให้ครบอยู่แล้ว แต่ถ้าใครกินวิตามินซีเสริมก็ถือเป็นการป้องกันเชื้อโรคและฝุ่นควัน เพื่อให้วิตามินซีช่วยสร้างเม็ดเลือดขาวให้แข็งแรงขึ้น จึงควรรับประทานควบคู่กันไปทั้งผักผลไม้ที่มีวิตามินซีและวิตามินซีเสริม เพราะมีเกลือแร่และมีวิตามินอื่นอีกหลายอย่าง ถ้าบางคนกินผักผลไม้ครบพอเพียงอยู่แล้วก็ไม่ต้องซื้อวิตามินซีรับประทานเพิ่ม วิตามินซีมีขายทั่วไปมีปริมาณ 1,000 มิลลิกรัม/เม็ด โดยมีฤทธิ์เป็นกรด เป็นวิตามินซีชนิดหนึ่งที่ละลายในน้ำได้ แต่วิตามินซีมีอายุการทำงานสั้นมากประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งก็จะหมดแล้ว ดังนั้นถ้าเรากิน 1,000 มิลลิกรัม หรือ 2,000 มิลลิกรัม วิตามินซีก็หมดภายในเวลาเดียวกันอยู่ดี จะกินวิตามินซีที่ช่วยป้องกันโรคต่างๆ ช่วยให้สุขภาพดีถ้าเรากิน 2,000 มิลลิกรัมทีเดียว จะไม่ค่อยคุ้ม แนะนำถ้าจะกินวิตามินซีควรกินทีละ 500 มิลลิกรัม แต่กินทุกๆ 4 ชั่วโมงจะได้รับวิตามินซีมากกว่าและวิตามินซีจะออกฤทธิ์ควบคุมได้ดีกว่าด้วย
Read More
ภัยร้ายอาหารหวานทำร้ายสุขภาพ!!!

ภัยร้ายอาหารหวานทำร้ายสุขภาพ!!!

วิธีรักษาสุขภาพ
อาหารในช่วงหลาย 10 ปีที่ผ่านมาเป็นอาหารที่เปลี่ยนแปลงรูปแบบไปจากสมัยนี้ โดยสมัยพ่อแม่ปู่ย่าตายายหรือสมัยบรรพบุรุษเราโดยเรากินอาหารเหมือนมนุษย์ถ้ำ คือเจอมะม่วงก็เก็บมะม่วงมาปลอกกิน เจอผักสดก็เก็บผักสดมาทำกับข้าว คือผ่านการปรุงน้อยเพราะไม่มีน้ำปลา ไม่มีพริกไทย ไม่มีอุปกรณ์ จะมีแค่เครื่องปรุงเครื่องเทศที่จำเป็นในอดีตว่าเป็นการกินที่สุขภาพดี คือจะทำอะไรที่ไม่ค่อยปรุงเป็นอาหารรสชาติจืดๆ เช่น จับปลาได้ก็เผาและเอามากิน ล่าสัตว์ได้ก็เอามากิน ถือเป็นธรรมชาติที่สุดและปรุงแต่งน้อยที่สุด แม้กระทั่งในอดีตนี้เองการรีดนมวัวหรือการกินนมสัตว์ถือว่าผิดธรรมชาติ โดยปัจจุบันอาหารการกินของเราจะเจริญเติบโตไปกับอุตสาหกรรมและวิวัฒนาการในบ้านเรา พอมาถึงยุคหนึ่งในยุคตั้งแต่หลังสงครามเป็นต้นมา ถือว่าอาหารการกินเปลี่ยนไปค่อนข้างเยอะมาก เพราะเดี๋ยวนี้แทบจะหาอาอาหารที่ดิบและผ่านการปรุงแต่งที่ยากมาก อาหารการกินมันมีการทำลายร่างกายโดยที่เรารู้ตัวและไม่รู้ตัวอีกเยอะ อันที่หนึ่งก็คือ พวกน้ำตาล เพราะอันตรายจากสารปรุงแต่งน้ำตาล เพราะน้ำตาลถือเป็นสารเสพติดที่อันตรายที่สุดในโลกในโลก เมื่อเวลางดทานหวานจะรู้สึดหงุดหงิด ชาเขียวก็ใส่ น้ำอัดลมก็ใส่ โดนัทก็ใส่ เพราะบางคนติดหวานเมื่อได้ทานหวานก็จะรู้สึกอร่อย คนส่วนใหญ่ติดความหวาน ข้อดีของน้ำตาลเมื่อรับประทานเข้าไปจะทำให้รู้สึกอารมณ์ดี ทำให้รสชาติอาหารกลมกล่อม ถ้าไม่ไปสอนให้ร่างกายติดกับความหวานในเลือด เราก็จะกินตามปกติ แต่เมื่อไหร่ที่เราเริ่มต้นใส่เข้าไป เช่น เราเริ่มกินหวานจาก 1 เป็น 2 พอกินไปเรื่อยๆร่างกายก็จะเกิดการตอบสนองให้เราอยากกินมากกว่าเดิมสิ่งที่หยุดยากคือ เราติดแล้วพอเราหยุดจะรู้สึกหงุดหงิด รู้สึกโมโหและบ่นเยอะ บางคนรู้สึกไม่มีเรียวมีแรง ถึงขั้นเป็นเบาหวานก็คือน้ำตาลตก ก็ช็อค และน้ำตาลต่ำและสูงก็ตาย ในวงการอุตสาหกรรมอาหารมักจะปรุงรสชาติของอาหารหลักๆอยู่ 2 รสชาติคือหวานและเค็ม เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค เวลาเรากินของทอดเรากินของทอดๆอะไรก็ตามแต่ เขาจะใส่โซเดียมและเกลือเยอะทำให้เรากระหายน้ำ พอเรากระหายน้ำเราก็เลยอยากกินน้ำอัดลม มันก็เป็นวงเวียนที่เขาสร้างขึ้นมา ส่งผลต่อสุขภาพทำให้เป็นโรคอื่นๆตามมาเช่นโรคอ้วน โรคความดัน และก็มาขยายเป็นโรคหัวใจ ทุกอย่างมันมีต้นเหตุ ปัญหาคือเราต้องรู้ว่าต้นเหตุว่าเกิดจากอะไร เมื่อเรารู้ว่าต้นเหตุคืออะไร เราจะแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน เพื่อให้มีสุขภาพร่างกายที่ดีแข็งแรงและปราศจากโรคภัยตามมาอีกด้วย
Read More
เคล็ดลับการนอนถูกวิธีช่วยชะลอความแก่ได้

เคล็ดลับการนอนถูกวิธีช่วยชะลอความแก่ได้

วิธีรักษาสุขภาพ
เคล็ดลับการนอนให้สดชื่น และชะลอความแก่ลงได้ ในปัจจุบันยังมีคนจำนวนมากที่เข้าใจว่าการนอนหลับนั้นคือกระบวนการที่ร่างกายของเราดับเครื่องหรือพักระบบต่างๆในร่างกายชั่วคราวแล้วเมื่อตื่นขึ้นมาก็เพียงเปิดเครื่องระบบของร่างกายขึ้นมาใหม่ความเชื่อและความคิดเช่นนั้นเป็นความคิดที่เข้าใจผิดอย่างสิ้นเชิง เพราะความเป็นจริงแล้วนั้น การนอนหลับของเราเป็นกระบวนการที่มีระบบเป็นขั้นตอนและก็ซับซ้อน โดยมีวิธีการนอนอย่างไรให้มีสุขภาพดี เพราะการนอนสำคัญมาก เป็นช่วงที่ร่างกายมีการพักผ่อนมากที่สุด ร่างกายต้องการผ่อนคลายเพราะระบบในร่างกายถูกใช้งานมาทั้งวัน เพราะฉะนั้นในช่วงนี้คือช่วงสำคัญที่เราต้องพยายามเห็นคุณค่าของการนอนและสร้างมันขึ้นมาให้ได้ เพราะฉะนั้นถ้าเราอยากแก่ช้าจะต้องนอนเกิน 4 ทุ่มครึ่งถึง 5 ทุ่มมักจะได้รับโกรทฮอร์โมน หรือฮอร์โมนชะลอความแก่ได้เยอะ คือสารที่หลั่งออกมาเพื่อนเสริมสร้างภูมิต้านทานให้ร่างกายแข็งแรงรวมถึงพัฒนาการด้านสมองและคงความหนุ่มความสาว เพื่อช่วยชะลอความแก่ได้ คนที่นอนเร็วจะมีสิทธิ์ได้รับฮอร์โมนตัวนี้มากกว่าคนที่นอนเกินเที่ยงคืน ถ้านอนเกินเที่ยงคืนไม่ค่อยได้รับฮอร์โมนแล้ว หรือได้รับน้อย ก็เหมือนเราหลับและไม่ได้ซ่อมอะไร คือเราหลับไปอย่างนั้น หลับให้ร่างกายไม่เหนื่อยล้า หลับให้ร่างกายได้หยุดพัก แต่สมองไม่ได้หลั่งฮอร์โมนนี้ออกมาในการซ่อม เมื่อไหร่เรามีฮอร์โมนเยอะ เราก็จะรู้สึกสดชื่น เพราะฉะนั้นคนที่อายุน้อยๆก็จะมีโกรทฮอร์โมนเยอะอยู่แล้ว ถ้าเกิดไม่ได้นอน 3-4 วันก็ไม่เดือดร้อน เพราะมีฮอร์โมนนี้เยอะอยู่แล้ว พอคนอายุเกิน 30 ปีเป็นต้นไป ร่างกายจะผลิตโกรทฮอร์โมนน้อยลง หลังอายุ 40 ปีก็จะเริ่มลง และหลังวัยทองก็จะเริ่มหาย 60 ปีแทบไม่เหลือ เพราะฉะนั้นต่อมาช่วงตาที่กลอกไปมาอย่างรวดเร็วช่วงนี้ก็จะกินเวลามากที่สุด ช่วงนี้เองจะเป็นช่วงที่เราฝันเยอะที่สุด เพราะว่ามันเข้ามาสู่ช่วงฝัน คือร่างกายจะเป็นช่วงที่สมองทำงานเยอะ ช่วงนี้เองร่างกายจะกำหนดให้ร่างกายเป็นอัมพาตชั่วคราว คือ แขนขาขยับไม่ได้ เพื่อป้องกันไม่ให้ไปทำร้ายคนข้างๆ ไม่ให้ไปทำร้ายตัวเอง และไม่ให้เดินละเมอ เพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่จินตนาการสูงที่สุด เพราะความฝันและการนอนเราไม่สามารถบังคับได้ว่าจะหลับลึกหรือหลับไม่ลึก ดังนั้นเราควรนอนวัลละ 8 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 2 ทุ่มถึง 6 โมงเช้า ร่างกายจะสร้างความเคยชินให้กับระบบของร่างกาย และส่งผลให้มีสุขภาพดี
Read More
เครื่องดื่มช่วยชะลอวัยสู่สุขภาพดี

เครื่องดื่มช่วยชะลอวัยสู่สุขภาพดี

วิธีรักษาสุขภาพ
เครื่องดื่มชะลอวัย ปัจจุบันมีเครื่องดื่มหลายชนิดอ้างว่าใส่สารอนุมูลอิสระผสมไว้หรือเครื่องดื่มที่สามารถบำรุงร่างกายได้ แต่หลายคนก็ยังไม่ทราบว่าสารเหล่านี้ สามารถช่วยบำรุงร่างกายเราได้หรือไม่ ว่าน้ำหรือเครื่องดื่มอะไรที่เหมาะสมกับร่างกายเรามากที่สุด เพราะเครื่องดื่มบำรุงกำลัง เครื่องดื่มสุขภาพมีจำนวนเยอะมาก สุขภาพร่างกายของคนเรานั้นมีพัฒนาการของร่างกายที่แตกต่างกัน การรับประทานเครื่องดื่มบำรุงร่างกายก็ให้ผลการบำรุงที่แตกต่างกัน ในทางการแพทย์ถ้าอนุมัติว่าดีจริงก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะดี 100% แต่จะดีประมาณ 80% บางอย่างอาจจะดีในส่วนท้องถิ่นหรืออาจจะเป็นโอท๊อปหรืออาจจะดีแค่บางกลุ่ม เพราะฉะนั้นในปัจจุบันนี้เครื่องดื่มเรื่องสุขภาพมีอยู่เยอะเราจะเห็นหลายๆหัวข้อเคยเป็นประเด็น โดยเราจะพูดกว้างๆ กลุ่มที่ 1 พวกที่มีโปรตีนเยอะๆที่มีมานาน เช่น ซุปไก่สกัด และรังนก เป็นสิ่งที่อยู่กับคนไทยมาช้านาน ได้เห็ฯทุกคนเคยซื้อรับประทาน ถือว่าเป็นสิ่งที่มีปรโยชน์ โดยโปรตีนก็ช่วยให้เราเหนื่อยน้อยและแข็งแรงขึ้น รังนกเป็นอาหารจักรพรรดิจากประสบการณ์หมอส่วนใหญ่ที่มีประโยชน์คือ อร่อยแต่แพง ทุกอย่างมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ซุปไก่ข้อดีคือบำรุงกำลัง ข้อเสียคือระวังคนเป็นเก๊า กินแล้วปวดข้อเพราะซุปไก่มี Uric Acid สูง ให้ระวังไว้หน่อย และรังนก กินแล้วมีความรู้สึกว่าอร่อย สบายใจ มีความสุข รู้สึกดี ข้อเสียคือแพงและเปลืองสตางค์ และปัจจุบันนี้ Colagen Drink อันนี้สำคัญเป็นเครื่องดื่มคอลลาเจนที่กินเข้าไปสู่ร่างกาย เพราะคอลลาเจนคือโปรตีนธรรมชาติในร่างกายมีสารสำคัญ 2 ชนิด คือ Proteoglycan และ Giycosamionglycans จัดเป็นโปรตีนเนื้อเยื่อชนิดหนึ่งที่มีความยืดหยุ่น เช่ ช่วยให้ข้อต่อต่างๆขยับหรือเคลื่อนไหวไปมาไม่ติดขัด จัดเป็นโปรตีนสารอย่างหนึ่งที่ร่างกายมนุษย์เราผลิตได้  เพื่อทำให้ผิวพรรณมีความยืดหยุ่นที่สร้างในร่างกายมนุษย์ จากฮอร์โมนในร่างกายเรา ส่วนอาหารต่างๆคงไม่ได้ไปช่วยทำให้หน้าตึงได้ ริ้วรอยต่างๆคงไม่หายไป เพราะฉะนั้นเรากินพออร่อยก็พอไหว โดยต่างประเทศจะมีวิตามินรวมเป็นแบบน้ำที่กินเพื่อชะลอวัย หรือเพื่อให้หน้าดูเด็กลง และเราจะรู้ได้อย่างไรว่าวิตามินที่เรากินนั้น ดีกับเราไหม เพราะบางครั้งเราอาจจะไม่ได้ขาด เมื่อกินเข้าไปก็อาจจะเกิน การมีสุขภาพที่ดีคือกินวิตามินให้เหมาะสมกับร่างกายของเรา คือจะต้องทานวิตามินที่ร่างกายเราขาดแคลน การทานวิตามินแบบนี้จะทำให้ได้ผลดีและมีประโยชน์ต่อร่างกายเรามากที่สุด  
Read More
นอนอย่างไรให้สุขภาพดี

นอนอย่างไรให้สุขภาพดี

วิธีรักษาสุขภาพ
การนอนสำคัญไฉน!!! เคยได้ยินมานานแล้วว่า นอนดึกแล้วจะทำให้อ้วน แต่ความจริงแล้วมีปัจจัยที่ทำให้เกิดความอ้วนมากกว่านั้นอีก เพราะมีงานวิจัย พบว่า ถ้านอนดึกและวันต่อมาเหมือนร่างกายจะชดเชยด้วยการทานให้มากขึ้นกว่าเดิม ผลวิจัยชี้การนอนดึกช่วยกระตุ้นให้สวาปามมากขึ้น เพราะการนอนหลับไม่เพียงพอจะทำให้เราหิวมากขึ้น และก็จะทานอาหารมากขึ้นกว่าปกติ 200 แคลลอรี่ในวันถัดไป นั่นคือเหตุผลว่าทำไมยิ่งนอนดึกแล้วยิ่งอ้วนและในวันถัดไปมักจะเน้นทานแป้ง คาร์โบไฮเดรต ของหวาน เสมือนว่าชดเชยพลังงานที่ถูกสูบไปเมื่อกลางดึก แต่พฤติกรรมนี้จะเกิดขึ้นกับคนที่นอนดึกจนติดนิสัย นอกจากความเครียดในเรื่องงาน เรื่องการใช้ชีวิตแล้วถือเป็นปัญหาสำคัญ แต่บางคนบอกฉันไม่เห็นมีความเครียดในชีวิตเลย แต่ทำไมรู้สึกเหมือนแบบเหนื่อยล้า ก็แสดงว่าเราอาจจะมีพฤติกรรมบางอย่างที่มันสะสมความเครียดโดยที่เราไม่รู้ตัว และพฤติกรรมเหล่านี้ก็คอยบันทอนทำลายสุขภาพของเรา ก็เลยจะมาสำรวจว่าใครมีพฤติกรรมเหล่านี้บ้าง การนอนดึก ช่วยเพิ่มระดับความเครียดให้ร่างกายส่งผลให้เกิดความกังวล อารมณ์ไม่ดี และมีความคิดในด้านลบเกิดขึ้นมาเสมอ ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงชั่วโมงในการนอน แต่หมายถึง การนอนดึกเมื่อเทียบกับคนที่นอนเร็ว คนที่นอนดึกจะมีอาการเฉื่อยชา หดหู่ เพราะว่าความเครียดจะสร้างลักษณะนิสัยมองโลกในแง่ร้าย ทำให้เรารู้สึกไม่มีความสุข กะวนกระวายอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นมีคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ คือ ต้องตัดใจวางสมาร์ทโฟน หยุดการเชื่อมต่อกับโซเชียวเน็ตเวิร์คให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ หลังการรับประทานอาหารมือเย็น และควรอาบน้ำอุ่นเพื่อให้ร่างกายผ่อนคลาย และเป็นสัญญาณที่ช่วยบอกให้ตัวเราเองว่าถึงเวลาเข้านอนแล้วนะ ควรปิดไฟในห้องนอน แล้วหลับตาให้ผ่อนคลาย จะช่วยให้หลับสนิทและหลับได้ง่ายขึ้น ควรทำให้เป็นนิสัยเพื่อให้ร่างกายได้คุ้นชิน โดยการบริหารเวลาในการใช้ชีวิตประจำวัน ที่ส่งผลทำให้เกิดความเครียดและอารมณ์สับสนได้ ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาในการออกกำลังกายบอกว่า สัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณออกกำลังกายเยอะเกินไป คือ เริ่มนอนหลับยาก หลับไม่สนิท รู้สึกหมดแรง คือเริ่มเหนื่อยล้า ในระหว่างวันก็คือไม่ค่อยมีแรง กระสับกระส่าย สมาธิสั้น และรู้สึกขาดแรงจูงใจ ควจจะต้องออกกำลังกายแบบช่วยให้ร่างกายสมดุลและไม่เกิดความเครียดก็จะทำให้นอนหลับพักผ่อนได้อย่างปกติ
Read More
เกร็ดความรู้ในการดูแลสุขภาพหู

เกร็ดความรู้ในการดูแลสุขภาพหู

วิธีรักษาสุขภาพ
ดูแลสุขภาพหูสำคัญไฉน!!! อวัยวะที่สำคัญของร่างกายที่หลายคนอาจจะละเลยและก็ไม่ใส่ใจดูแลเท่าไหร่เพราะเป็นอวัยวะที่อยู่ภายนอก แต่จริงๆแล้วสำคัญมากๆเลย ตัวอย่างเช่นหูนอกจากจะได้ยินแล้วใช้ในการรับฟังเสียงต่างๆแล้วยังมีหน้าที่สำคัญอื่นๆด้วย หูนั้นมีหน้าที่สำคัญอยู่ 2 อย่าง นั้นคือการรับเสียงเป็นประสาทสัมผัสนั้นคือการรับเสียง อย่างที่สองคือประสาทสัมผัสเหมือนกันเรื่องการทรงตัว หูชั้นในจัดเป็นอวัยวะสำคัญในการรับรู้ด้านการทรงตัวว่าเรานั่ง ยืน เดิน หันซ้าย หันขวา แบะถ้าเกิดความผิดปกติของหูคือ จะต้องได้ยินเสียงเท่ากันทั้ง 2 ข้าง เมื่อไหร่ที่รุ้สึกว่าหูไม่ได้ยินเหมือนกันทั้ง 2 ข้าง โดยอาจจะข้างซ้ายได้ยินไม่ค่อยชัดเหมือนข้างขวา คือ อาจจะมีปัญหาความผิดปกติของการได้ยิน หรือมีการติดเชื้อหรือว่าเป็นโรคอื่นๆ หรือว่ารู้สึกเวียนหัว เพราะหน้าที่ต่างๆที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือการรับรู้การทรงตัวนั้นอาจจะมีความผิดปกติของหูชั้นใน โดยแนะนำให้ไปตรวจและรีบพบแพทย์อย่างเร่งด่วน เพราะหูจัดเป็นประสาทสัมผัสในการรับรู้และการได้ยิน ซึ่งไม่ควรชะล่าใจ วิธีการป้องกันไม่ให้เส้นประสาทเราสูญเสียก่อนวัยอันควรหลีกเลี่ยงที่อยู่ในที่เสียงดังนานๆ บางคนต้องทำงานในโรงงาน โรงกลึง โรงเหล็ก หรือโรงงานเสียงเครื่องยนต์ดังๆมากกว่า  7 ชั่วโมง โดยความดังของเสียงก็จะทำให้ค่อยๆสูญเสียการได้ยินไปได้ อาจส่งผลให้เกิดโรคหูตึง การปฏิบิตนและวิธีดูแลเราไม่ควรปั่นหูและแคะหูนานๆอาจทำให้เกิดบาดแผลในหูได้ยิ่งจะทำให้มีการติดเชื้อและนำพานำพาการติดเชื้อเข้าไปในหูชั้นกลางและหูชั้นในได้ด้วย เพราะปกติช่องหูของเราลักษณะเหมือนทรงกระบอกเป็นช่องตรงๆและมีแก้วหูอยู่ด้านใน โดยทำหน้าที่เป็นด่านป้องกันทั้งน้ำและสิ่งแปลกปลอมที่จะเข้าไปสู่หูชั้นกลาง ซึ่งจริงๆแล้วมีการป้องกันอยู่แล้วชั้นหนึ่ง นั่นก็คือ ขี้หูที่ร่างกายเราผลิตขึ้นมา ขี้หูส่วนใหญ่จะผลิตจากต่อมไขมัน ในช่องหู ในผิวหนังทำหน้าที่คอยเป็นกดอ่อนโดยความเหนียวมีหน้าที่คอยดัดจับฝุ่นละอองที่จะเข้าไปในชั้นแก้วหูชั้นใน ดังนั้นจึงไม่ควรใช้ของแข็งในการแหย่เข้าไปในหู บางคนยิ่งปั่นหูลึกลงไปก็ยิ่งทำให้ขี้หูยิ่งลึกลงเข้าไปอีก และอาจจะทำให้หูอักเสบ และช่องหูถลอกทำให้มีการติดเชื้อตามมาอีกด้วย
Read More
สุขภาพดีง่ายๆเริ่มต้นจากตัวเรา

สุขภาพดีง่ายๆเริ่มต้นจากตัวเรา

วิธีรักษาสุขภาพ
สุขภาพง่ายๆเริ่มต้นจากตัวเรา เรื่องอาหารถือเป็นเรื่องสำคัญลำดับแรกๆ โดยมีเคล็ดลับในการจัดจานอย่างไรถึงจะมีสุขภาพที่ดี สูตร 2:1:1 โดยประกอบไปด้วย ผัก 2 ส่วน เนื้อสัตว์ 1 ส่วน และข้าว 1 ส่วน เพียง 1 จานนี้ก็ได้สารอาหารครบถ้วน โดยเพิ่มผักหลากสี ผลไม้สดไม่หวานวันละ 2 ผล เพื่อสุขภาพที่ดีนั้น ควรที่จะลดอาหารหวาน เช่นน้ำตาล ลดมัน เช่นของทอด แกงกะทิ เนื้อติดมัน และลดเค็ม เช่น ไม่เติมเครื่องปรุงเพิ่ม การปรุงอย่างไรปลอดภัยกับตัวเรา เช่น สูตร 6:1:1 ประกอบไปด้วยน้ำตาล 6 ช้อนชา/วัน น้ำมัน 6 ช้อนชา/วัน และเกลือ 1 ช้อนชา/วัน สุขภาพที่ดีขึ้นควรอ่านฉลากทุกครั้งเมื่อต้องใช้อาหารสำเร็จรูป เช็ดปริมาณไขมันและไขมันอิ่มตัว เช็คปริมาณพลังงานต่อหน่วยบริโภค เช็ดปริมาณน้ำตาล และเช็คปริมาณโซเดียม เพื่อนำไปคำนวณดูว่าปริมาณอาหารทั้งหมดที่เรารับประทานเข้าไปว่ามีชนิดใดที่เกินปริมาณที่ควร เมื่อทราบว่าเราควรรับประทานอาหารปริมาณเท่าใดในแต่ละวันแล้ว เราควรที่จะทราบว่าน้ำหนักตัวที่เหมาะสมควรเป็นเช่นไร จากการหาค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ค่าที่เหมาะสม 18.5-24.9 โดยในแต่ละวันเราควรให้เวลาตัวเองด้วยการออกกำลังกาย เพื่อคงความแข็งแรงให้แก่ร่างกาย ถ้าอยากสุขภาพดีควรออกกำลังทุกวันอย่างน้อย 30 นาที หากยังไม่ได้เริ่มหรือกำลังเริ่มต้นควรกำลังออกกำลัง อย่างน้อย 3 ครั้ง/สัปดาห์ และไม่ควรหยุดออกกำลังกาย นานเกิน 2 วัน แต่ทั้งนี้ควรมีกิจกรรมทางกาย เช่นทำงานบ้านอย่างสม่ำเสมอ เช่น การเดินเป็นการออกกำลังกายที่ง่ายและสะดวกที่สุดสามารถปฏิบัติได้บ่อยครั้งในแต่ละวันควรเดินให้ได้อย่างน้อย 10,000 ก้าว เพื่อสะสมให้ได้อย่างน้อย 30 นาที/วัน และการแกว่งแขนเป็นการออกกำลังกายที่เราสามารถทำได้ทุกที่และทุกวัน ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 30 นาที การแกว่งแขนที่ถูกวิธีจะต้องยืนตรงโดยแกว่งแขนไปด้านหน้า 30 องศา และแกว่งแขนไปด้านหลัง 60 องศา แนะนำให้ออกกำลังกายตามชนิดกีฬาที่ชื่นชอบ  และเหมาะสมกับเวลาสถานที่หรือสมรรถนะของกำลังกล้ามเนื้อของบุคคล โดยอายุ 5-17 ปี แนะนำการออกกำลังกายขนาดปานกลาง-หนักทุกวันอย่างน้อย 60 นาที/วัน โดยเป็นการออกำลังกายที่กระตุ้นให้กล้ามเนื้อหัวใจทำงานเต็มที่และเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และกระดูก อย่างน้อย 3 ครั้ง/สัปดาห์ อายุ 18-64 ปี แนะนำการออกกำลังกายขนาดปานกลาง อย่างน้อย 150 นาที/สัปดาห์ หรืออกกำลังกายอย่างหนัก อย่างน้อย 75 นาที/สัปดาห์ โดยเป็นการออกกำลังกายที่ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจทำงานเต็มที่ต่อเนื่องอย่างน้อย 10 นาที และเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้ออย่างน้อย 2 ครั้ง/สัปดาห์ อายุ 65 ปีขึ้นไปแนะนำให้ส่งเสริมความแข็งแรงด้วยการทรงตัว ป้องกันการลื่นหกล้มอย่างน้อย 3 ครั้ง/สัปดาห์ เพียงแค่การดูแลตนเองอย่างถูกวิธี ใส่ใจดูแลเรื่องอาหารและโภชนาการ รวมถึงการออกกำลังกายสม่ำเสมอ ตรวจสุขภาพประจำปี เพียงเท่านี้ก็จะมีสุขภาพที่แข็งแรงและมีสุขภาพที่ดีตลอดไป
Read More