รู้จักร่างกายของเรา ก่อนจะเป็นโรคอ้วน !!!

รู้จักร่างกายของเรา ก่อนจะเป็นโรคอ้วน !!!

วิธีรักษาสุขภาพ, สุขภาพ, โรคและการป้องกัน
         “โรคอ้วน” เมื่อพูดถึงโรคนี้ ใครหลายคนก็รู้สึกกลัวขึ้นมาซะอย่างนั้น เพราะ อาหารแต่ละมื้อ ขนมหวาน ขนมเค้ก อาหารจั๊งค์ฟู้ด (Junk Food) ที่แสนอร่อย และน้ำหวานที่รับประทานอยู่ในทุก ๆ วัน ล้วนเป็นสาเหตุของโรคอ้วนทั้งสิ้น             โรคอ้วน คือ ภาวะที่ร่างกายทำงานผิดปกติ คือ ร่างกายมีการเผาผลาญที่ลดลง และมีการสะสมของไขมันที่เพิ่มมากขึ้น หากร่างกายอยู่ในสภาวะนี้นานจนเกินไป จะส่งผลเสียต่อร่างกาย และนำไปสู่โรคอื่น ๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคข้อเสื่อม นอนหลับไม่สนิท ภูมิแพ้ หรืออาจส่งผลให้สมองเสื่อมได้ เราจึงจำเป็นที่จะต้องทำความรู้จักร่างกายของเรา ก่อนที่จะเป็น “โรคอ้วน” เมื่อเรารู้ว่าร่างกายของเราทำงานอย่างไร เราจะรู้ถึงสาเหตุของความอ้วน และรู้วิธีที่จะความคุม ดูแลร่างกาย ในเรื่องของการรับประทานอาหาร และการดูแลสุขภาพอย่างถูกวิธี เพื่อไม่ให้เสี่ยงต่อ “โรคอ้วน” ตัวควบคุมร่างกายเกี่ยวกับโรคอ้วน ฮอร์โมน ฮอร์โมนที่ควบคุมการทำงานของร่างกายเกี่ยวกับความอ้วน มีอยู่ 2 ชนิด คือ ฮอร์โมน Neuropeptide Y หรือ NPY เป็นฮอร์โมนที่สั่งการสมองว่า หากร่างกายมีความเครียด คิดมาก สมองจะหลั่งฮอร์โมน NPY ออกมา และทำให้เรารู้สึกหิว และอยากกินอาหารที่มีรสหวาน มัน เค็ม มีความอยากกินแป้ง อยากกินน้ำตาลเยอะ ๆ อยากกินอาหารมากกว่าปกติ เมื่อเรากินเข้าไปเยอะ ๆ ร่างกายเผาผลาญไม่ทัน ส่งผลให้เกิดการสะสมของไขมัน วิธีทำให้ฮอร์โมนตัวนี้หลั่งออกมาน้อย คือ การไม่อดอาหารนาน ๆ กินโปรตีนที่มีประโยชน์ กินผัก หรือไฟเบอร์ให้มากขึ้น ** ไขมันที่ร่างกายสะสมไว้ มีความน่ากลัวมาก มีชื่อว่า Visceral Fat คือ ไขมันที่สะสมอยู่ตามช่องท้อง เกาะอยู่ตามตับ ตับอ่อน หรือลำไส้ ก่อให้เกิดโรคต่าง ๆ ตามมา Cholecystokinin Peptide หรือ CCK PPY เป็นฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการสั่งการของสมองว่า สั่งให้เราร่างการของเรามีความอิ่ม    อวัยวะภายในตับอ่อน ตับอ่อนเป็นอวัยวะที่หลั่งฮอร์โมนอินซูลิน โดยการสร้างจากเบต้าเซลล์ของตับอ่อน หน้าที่หลักของฮอร์โมนอินซูลิน คือ มีหน้าที่ในการควบคุม และจัดเก็บน้ำตาล ไขมัน เพื่อที่จะนำน้ำตาล และไขมันที่ร่างกายได้รับนำไปเป็นพลังงาน เพื่อให้ร่างกายได้ใช้ประโยชน์ต่อไป เมื่อร่างกายมีการผลิตอินซูลินที่เพิ่มมากขึ้นจากการได้รับปริมาณน้ำตาล และไขมันที่เพิ่มสูงขึ้นในปริมาณมาก และติดต่อกันเป็นเวลานาน ส่งผลให้การทำงานของฮอร์โมนอินซูลินมีความผิดปกติ เกิดการดื้อต่ออินซูลิน ทำให้การเผาผลาญในร่างการมีความผิดปกติ เกิดเป็นโรคอ้วน และเป็นโรคเบาหวาน วิธีการปรับการกินของตัวเอง คือการลดอาหารที่มีปริมาณแป้งเยอะ และลดการกินของหวานที่มี     “ไฮฟรุกโตสไซรัป” ช่องท้อง หลั่งฮอร์โมน Glucagon-like peptide-1 หรือที่เรียกว่า…
Read More
เคล็ดลับการกินให้ผอม การลดน้ำหนัก

เคล็ดลับการกินให้ผอม การลดน้ำหนัก

วิธีรักษาสุขภาพ
หลายคนคงเคยประสบปัญหาในการลดน้ำหนัก ในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการออกกำลังกาย เนื่องจากทำงานวันล่ะ 8-10 ชม. แล้วร่างกายนั้นอ่อนเพลียจนไม่มีพลังในการลุกขึ้นมาออกกำลังกายเลยนั้น วันนี้ทางเราได้นำเคล็ดลับ 3 เคล็ดลับการกินให้ผอม 1. กินน้อยแต่บ่อยขึ้น ในกรณีนี้เหมาะกับผู้ที่ชอบทานจุกจิกติดเป็นนิสัย ซึ่งการกินจุกจิกส่วนใหญ่นั้นคือการ ทานขนม ขนมทุกประเภทและทุกชนิด เป็นของต้องห้ามสำหรับผู้ที่จะลดน้ำหนักอย่างเด็ดขาด แต่ถ้าท่านอยากมีเคล็ดลับการกินให้ผอมนั้นจะต้องห้ามติดการกินจุกจิก แนะนำให้ท่านนั้นแบ่งมื้ออาหารจาก 3 เป็น 5 แต่ในปริมาณที่น้อยลง เป็นครึ่งหนึ่งจากปกติ อย่างเช่น มื้อเช้า จากการทานข้าว 1 กล่องหรือ 1 จากนั้น ให้แบ่งออกเป็น 2 ส่วน กลายเป็นมื้อเช้า และมื้อสาย และทำแบบนี้กับมื้อต่อไป ท่านจะได้มื้อเที่ยง และบ่าย และในมื้อเย็นนั้น ให้ทานอาหารเบา ๆ เพียงเท่านี้พอ ท่านก็จะควบคุมปริมาณการกินที่ไม่มากเกินไปได้และช่วยเรื่องการลดน้ำหนัก                       2. กินโปรตีนและผัก ในแต่ล่ะมื้ออาหารที่แนะนำไป สำหรับผู้ที่ควบคุมน้ำหนักอยู่ คงทราบดีว่าศัตรูตัวฉกาจอย่างคาร์โบไฮเดรต หรือแป้งนั้นยิ่งส่งผลให้อ้วน เพราะคนส่วนใหญ่นั้นจะทานข้าว หรือขนมปังเป็นหลัก แล้วมีโปรตีนกับผักแทรกอยู่ในนั้น ซึ่งสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก ท่านนั้นจำเป็นที่จะมีเคล็ดลับการกินให้ผอมโดยต้องลดแป้งให้น้อยลง และทานโปรตีนกับผักต่าง ๆ ให้มากขึ้น แต่ท่านก็ต้องเลือกโปรตีนที่ดีต่อสุขภาพด้วยเช่นกันจะมีส่วนช่วยในการลดน้ำหนัก ไม่ใช่พวกเนื้อสเต็กติดมันชิ้นใหญ่ อย่างนี้น้ำหนักท่านอาจไม่ลด และได้ไขมันส่วนเกินเพิ่มมาแทน Pouring water into one of four glasses on a white tablecloth.                      3. กินน้ำเปล่า สำหรับข้อสำคัญข้อสุดท้ายนี้ เชื่อว่ามี เคล็ดลับการกินให้ผอมก็เพราะว่า การทานน้ำเปล่านั้นช่วยให้ท่านควบคุม หรือลดน้ำหนักได้จริง เหมาะสำหรับผู้ติดทานจุกจิก การทานน้ำเปล่านั้นช่วยได้จริง เมื่อท่านรู้สึกหิวและอยากทานอะไรบางอย่าง ให้ท่านเลือกกระดกน้ำเปล่าแทน น้ำเปล่านั้นจะทำให้หนักท้อง และยังดีต่อสุขภาพในต่าง ๆ อีกมากมาย                   เพียงเท่านี้ท่านก็จะมี เคล็ดลับการกินให้ผอม และสามารถควบคุมน้ำหนักเองได้ แต่ถ้าท่านนั้นอยากให้ร่างกายของท่านนั้นมีความฟิตและเฟริมนั้น ท่านจำเป็นที่จะต้องออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย เพียงแค่วันล่ะ 45 นาทีเป็นอย่างต่ำ เท่านี้ท่านก็จะมีรูปร่างและน้ำหนักที่สมดุลและสวยงามอย่างที่ท่านต้องการที่จะลดน้ำหนัก #https://adriangatton.com/#เคล็ดลับการกินให้ผอม#การลดน้ำหนัก
Read More
สีของปัสสาวะ-สุขภาพดี-เรื่องใกล้ตัวที่ต้องใส่ใจ!!

สีของปัสสาวะ-สุขภาพดี-เรื่องใกล้ตัวที่ต้องใส่ใจ!!

วิธีรักษาสุขภาพ, สุขภาพ, โรคและการป้องกัน
สีของปัสสาวะ...ภัยใกล้ตัวไม่ควรมองข้าม ปัสสาวะ (Urine)  คือ ของเหลวที่ร่างกายขับออกมาโดยการทำงานของไต หรือเป็นของเสียที่ร่างกายขับทิ้ง โดยปกติร่างกายเราจะขับปัสสาวะ วันละ 1.5 ลิตร เพื่อให้ร่างกายมีสมดุลที่ดีในแต่วัน การปัสสาวะจึงถือว่าเป็นกิจวัตรประจำวันที่ทุกคนต้องพบเจอ และหลีกเลี่ยงไม่ได้ สีของปัสสาวะ ปกติแล้วสีอะไร ? ปกติแล้วสีของปัสสาวะจะมีสีเหลืองอ่อน ใส ยิ่งเราดื่มน้ำมาก สีของปัสสาวะก็ยิ่งใส เจือจางตามปริมาณน้ำที่เราดื่มในแต่ละวัน สีของปัสสาวะบอกอะไรได้บ้าง ปัสสาวะ “ใส” “ไม่มีสี” ระยะเวลาติดต่อกันนานบ่งบอกว่าร่างกายของคุณได้น้ำรับในปริมาณที่มากเกินไป ทำให้เกลือแร่ที่อยู่ในร่างกายต่ำ มีความเจือจาง อาจส่งผลเสียต่อร่างกาย เช่นอาจมีภาวะ โรคเบาหวาน หรือโรคไต เป็นต้น แต่ถ้าปัสสาวะใส ไม่มีสี เป็นครั้งคราว อาจเกิดจากในวันนั้นคุณดื่มน้ำในปริมาณที่มากเกินไปเท่านั้น ไม่ต้องวิตกกังวลไป โดยปริมาณน้ำที่ร่างกายเราต้องการในแต่ละวัน คือ 8 แก้วต่อวัน หรือ 1.5 ลิตรต่อวัน หรือตามความเหมาะสมของร่างกาย และกิจวัตรประจำวันที่ต้องทำในแต่ละวันปัสสาวะมีสี “เหลืองเข้ม” คือ สีปัสสาวะที่มีความปกติ เพียงแค่คุณต้องดื่มน้ำในปริมาณที่เพิ่มขึ้นในแต่ละวันปัสสาวะมีสี “ขาวขุ่น” อาจเกิดจากทางเดินปัสสาวะมีการติดเชื้อเช่น โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบปัสสาวะมีสี “ชมพูอ่อน หรือ แดง” อาจมีเลือดปนอยู่ในปัสสาวะ แสดงถึงโรคไต นิ่วในไต หรือมีการออกกำลังหนักจนเกินไปทำให้อวัยวะบางส่วนบริเวณกระเพาะปัสสาวะฉีกขาดปัสสาวะมีสี “เขียว” อาจเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียในกระเพาะปัสสาวะปัสสาวะมีสี “ม่วง” พบได้มากในผู้ป่วยที่ใส่สายสวนปัสสาวะ ทำให้ติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ โดยมีชื่อเรียกเฉพาะว่า อาการปัสสาวะในถุงเป็นสีม่วง (purple urine bag syndrome) เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์ สีของปัสสาวะผิดปกติจากเดิมหลายวันติดต่อกันเป็นสีชมพู หรือสีแดง เนื่องจากมีเลือดปนออกมากับปัสสาวะสีของปัสสาวะเป็นสีส้ม หรือสีน้ำตาลเข้ม ร่วมกับผิวหนัง ตามีสีเหลือง และอุจจาระมีสีซีด ร่างกายของคุณกำลังบอกว่า ตับ ของคุณกำลังทำงานผิดปกติ สีปัสสาวะสามารถบอกได้ถึงสุขภาพของเราได้ส่วนหนึ่ง เราจึงต้องหมั่นสังเกตุว่าในแต่ละครั้งที่เราปัสสาวะออกมานั้น สีของปัสสาวะเป็นสีอะไร และมีความผิดปกติ ผิดแปลกไปจากเดิมหรือไม่ เพราะสีปัสสาวะ หรือปริมาณของปัสสาวะในแต่ละวันนั้น คือ ตัวบ่งบอกสุขภาพภายในของเราได้ ดังนั้น “สีของปัสสาวะ คือ เรื่องใกล้ตัวที่ต้องใส่ใจ” ไม่ควรที่จะมองข้าม ข้อมูลจาก : โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ #https://adriangatton.com/#สีของปัสสาวะ#สุขภาพ
Read More
4 สมุนไพร ลดอาการปากแห้งแตก – ปากสวย

4 สมุนไพร ลดอาการปากแห้งแตก – ปากสวย

วิธีรักษาสุขภาพ, สุขภาพ
อาการ “ปากแห้ง” หรือ “ปากแตก” อาการ “ปากแห้ง” หรือ “ปากแตก” เกิดขึ้นจากหลายสาเหตุไม่ว่าจะเป็นภาวะขาดน้ำ, โรคภูมิแพ้, โรคเบาหวาน, ภาวะปากแห้งเพราะน้ำลายน้อย, หรือ โรคโชเกร็น (โรคที่เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันต่อต้านตนเอง) ซึ่งมีหลากหลายวิธีที่จะช่วยลดอาการปากแห้งปากแตกเหล่านี้เบื้องต้น ไม่ว่าจะเป็นการดื่มน้ำให้เพียงพอ การเปลี่ยนลิปสติกหรือลิปบาล์ม เปลี่ยนยาสีฟัน หรือวิธีอื่น ๆ ซึ่งครั้งนี้เราขอแนะนำ 4 สมุนไพร ลดอาการปากแห้งแตก ใครอยากปากสวยฟังทางนี้! 4 สมุนไพร ลดอาการปากแห้งปากแตก 1. น้ำมันมะกอก – น้ำมันมะกอกเป็นสมุนไพร ที่ช่วยลดอาการปากแห้งแตก เพราะมีวิตามินเอ และวิตามินอี ช่วยคืนความชุ่มชื้นให้ริมฝีปาก แถมยังช่วยป้องกันแสงแดดและมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระอีกด้วย นอกจากนี้การทาน้ำมันมะกอกที่ริมฝีปากยังเหมือนกับการสร้างแผ่นฟิล์มธรรมชาติมาเคลือบผิว ซึ่งช่วยป้องกันริมฝีปากสูญเสียน้ำไป ทำให้ริมฝีกปากกลับมาสวยดูชุ่มชื้นตลอดเวลา Bottle pouring virgin olive oil in a bowl close up 2. น้ำผึ้ง – น้ำผึ้งเป็นสมุนไพร ที่ช่วยลดอาการปากแห้งแตก เพราะสามารถเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว และยังมีสารแอนติออกซิแดนท์ที่ช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของผิวได้อีกด้วย แถมยังมีฤทธิ์ช่วยฆ่าเชื้อโรค ดังนั้นหากปากแห้งแตกจนมีแผลก็สามารถทาน้ำผึ้งบาง ๆ เพื่อช่วยสมานแผลได้ หรือจะทาบาง ๆ แทนลิปบาล์มก็ยังได้ นอกจากน้ำยังสามารถผสมน้ำผิ้งกับน้ำตาลน้ำมาทำเป็นสครับธรรมชาติ นำมาขัดที่ริมฝีปากเบา ๆ เพื่อขัดเซลล์ที่เสื่อมสภาพบนริมฝีปากออก ทำให้ได้ริมฝีปากนุ่มสวยกลับคืนมา 3. ใบของต้นเปล้า – ใบของต้นเปล้า เป็นสมุนไพร ที่ช่วยลดอาการปากแห้งแตก เพราะยางของต้นเปล้าสามารถเพิ่มความชุ่มชื้นให้ริมฝีปากได้ โดยการเด็ดของต้นเปล้า จะใบเล็กหรือใบใหญ่ก็ได้ สัก 2 – 3 ใบ ให้เด็ดก้านติดใบมาด้วย ตอนเด็ดจะได้น้ำยางใส ๆ ไหลออกมาด้วย ให้เอายางจากใบของต้นเปล้านั้นมาแต้มที่ริมฝีปากที่แห้งแตกวันละ 2 – 3 ครั้ง ผ่านไปสัก 4 – 5 วันจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลง และได้ริมฝีปากสวยดังเดิมกลับคืนมา 4. น้ำตะไคร้หอม – น้ำตะไคร้หอม เป็นสมุนไพร ที่ช่วยลดอาการปากแห้งแตก เพราะมีสรรพคุณแก้อาการร้อนใน และเพิ่มความชุ่มชื้นให้ร่างกาย ดังนั้นการต้มน้ำตะไคร้หอมดื่มกินบ่อย ๆ จะช่วยทำให้ร่างกายชุ่มชื้นจากภายในสู่ภายนอก จึงเป็นผลให้ริมฝีปากฟื้นคืนสภาพกลับมาสวยดังเดิมได้ด้วย เป็นอย่างไรกันบ้างคุณประโยชน์กับ 4 สมุนไพร ลดอาการปากแห้งและปากแตกที่นำมาแนะนำในครั้งนี้ หวังว่าใครที่อยากมีริมฝีปากสวยจากวิธีธรรมชาติจะลองนำวิธีเหล่านี้ไปทำตาม และได้ริมฝีปากสวยชุ่มชื้นกลับมากันนะจ้ะ #https://adriangatton.com/#สมุนไพร#ลดอาการปากแห้งแตก
Read More
กินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ยังไงให้มีสุขภาพดี ?

กินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ยังไงให้มีสุขภาพดี ?

วิธีรักษาสุขภาพ, สุขภาพ
ทำความรู้จักบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป... ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป คือ อาหารทางเลือกอันดับต้นๆ ในวันที่มีความคิดว่า “วันนี้กินอะไรดี” เพราะเพียงแค่ 3 นาทีก็อิ่มได้ แถมยังให้ความอร่อยในรสชาติที่หลากหลาย แต่ในบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปก็แอบแฝงไปด้วยโซเดียม (มีความเค็ม) และไขมันในปริมาณที่สูง เมื่อร่างกายได้รับในปริมาณที่มากเกินไปจะผลเสียต่อสุขภาพ จึงเกิดคำถามที่ว่า “กินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ยังไงให้มีสุขภาพดี ?” โดยปกติแล้วเวลาเรากินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เราจะทำเสร็จ พร้อมทานในขั้นตอนง่าย ๆ  คือ ต้มน้ำ ฉีกซอง และใส่เครื่องปรุง หลังจากนั้นรอ 2-3 นาที ก็อิ่ม อร่อยได้ หากเราปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เสียเวลาในการเตรียม การปรุง เพิ่มอีกไม่กี่นาทีเราก็จะได้ทั้งความอร่อย และมีสุขภาพที่ดีตามมา ขั้นตอนการทำบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขั้นตอนที่ 1 ต้มน้ำให้เดือดแล้วนำเส้นลงไปต้มประมาณ 2-3 นาที หลังจากนั้นเทน้ำที่ต้มเส้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปทิ้ง เพื่อที่จะล้างโซเดียมบางส่วนในเส้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปออก หลังจากนั้นก็นำเส้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไปต้มต่อให้เดือด             ขั้นตอนที่ 2 เติมอาหารหลัก 5 หมู่ลงไป ได้แก่ ประเภทโปรตีนที่เป็นเนื้อสัตว์ตามชอบ หมูไข่ เต้าหู้ ผักใบเขียว แต่อย่าลืมว่าเราได้แป้งจากเส้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาแล้ว             ขั้นตอนที่ 3 เป็นขึ้นตอนการปรุงที่สำคัญมาก ๆ คือ “ใส่เครื่องปรุงแค่ครึ่งซอง” เท่านั้น เพื่อลดปริมาณของโซเดียม และไขมัน หากเราใช้เครื่องปรุงทั้งซอง จะทำให้ร่างกายได้รับโซเดียมมากเกินไป เพราะในแต่ละวันจะร่างกายเราจะได้รับปริมาณโซเดียมจากเครื่องปรุงต่าง ๆ เช่น ซอส ซีอิ๊ว เกลือ น้ำปลา และผงปรุงรสต่าง ๆ สูงอยู่แล้ว โทษของการกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป โรคอ้วนจะตามมาติด ๆ พร้อมกับความอร่อย เพราะบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมีแป้งในปริมาณมากสารอาหารไม่เพียงพอต่อร่างกายโซเดียมสูง หากร่างกายได้รับโซเดียมในปริมาณที่มากเกินไปจะเสี่ยงการต่อการเป็นโรคความดันโลหิตสูง, โรคหัวใจ, ไตวาย เป็นต้น เพียงเท่านี้เราก็จะได้กินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ที่อร่อย แถมยังมีสุขภาพดีอีกด้วย  นอกจากวิธีการทำบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแล้ว ยังมีวิธีการกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาแนะนำให้ทราบกันอีกนิด คือ เน้นกินเนื้อ กินผักเหลือน้ำ ไม่ยกซดกินไม่เกินวันละหนึ่งซอง หรือสัปดาห์ละไม่เกิน 2 – 3 ซอง ...ควรกินอาหารที่หลากหลาย ครบทั้ง 5 หมู่... คำเตือน ...อย่ากินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมากเกินไป เพราะการกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมากเกินไปนั้น จะก่อให้เกิดโทษ มากกว่าประโยชน์แก่ร่างกาย #https://adriangatton.com/#บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป#สุขภาพดี
Read More
สรรพคุณน้ำผึ้ง -ประโยชน์น้ำผึ้ง EP.2

สรรพคุณน้ำผึ้ง -ประโยชน์น้ำผึ้ง EP.2

วิธีรักษาสุขภาพ, สุขภาพ
สรรพคุณน้ำผึ้ง เป็นที่ทราบกันดีว่า “น้ำผึ้ง” รสชาติแสนหวานที่เรารับประทานเพื่อเพิ่มรสชาติอาหารและของหวานต่าง ๆ นั้น เต็มไปด้วยสรรพคุณมากมาย เราจะมาบอกต่อสรรพคุณน้ำผึ้ง รักษาอาการเจ็บคอ เนื่องจากในน้ำผึ้งมีส่วนช่วยให้ชุ่มคอ น้ำผึ้งช่วยฆ่าเชื้อโรคที่ก่อให้เกิดอาการไอได้จึงสามารถช่วยในเรื่องของแก้เรื่องเจ็บคอ หรือสังเกตได้จากยาอมที่มีส่วนผสมของน้ำผึ้งจะมีส่วนช่วยให้ชุ่มคอและลดอาการเจ็บคอลงได้จริง น้ำผึ้งใส่ผสมกับน้ำมะนาวและน้ำอุ่นดื่มพร้อมกันจะยิ่งช่วยให้คอชุ่มชื้นได้ รักษาอาการท้องผูก ท้องเสีย และโรคกระเพาะ เนื่องจากในน้ำผึ้ง มีโพรไบโอติกส์และเป็นมิตรกับเชื้อแบคทีเรียแลคโตบาซิลัส แถมยังช่วยฆ่าเชื้อโรคได้ดีอีกด้วย ช่วยฆ่าเชื้อโรคในกระเพาะอาหารและลำไส้ทำให้ถ่ายท้องสะดวกขึ้นลดอาการท้องผูก น้ำผึ้งรับประทานคู่กับกาแฟก็ดีไปอีกแบบเพราะช่วยหยุดอาการท้องเสีย และสำหรับใครที่เป็นโรคกระเพาะอาหารระยะเริ่มต้นก็สามารถรับประทานน้ำผึ้งวันละ 1 ช้อนชาเพื่อช่วยสมานแผลในกระเพาะอาหารได้อีกด้วย รักษาแผลและบรรเทาอาการอักเสบของแผลได้ เนื่องจากน้ำผึ้งมีประโยชน์ในเรื่องของการสมานแผลในร่างกายเนื่องจากความเข้มข้นของน้ำผึ้งทำให้เชื้อโรคที่อยู่ในแผลตาย จึงช่วยทำให้แผลสมานได้เร็วขึ้นผสมน้ำผึ้ง 1 ส่วน ต่อน้ำ 9 ส่วนก็สามารถนำมาล้างแผลตามปกติช่วยให้แผนหายได้เร็วยิ่งขึ้น ช่วยให้ใบหน้าใสดูอ่อนเยาว์ เนื่องจากน้ำผึ้งมีสารเพิ่มความชุ่มชื้น และมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ บางคนจึงน้ำมาผสมกับสมุนไพรอื่นๆ ที่มีสรรพคุณในการบำรุงผิวและสามารถช่วยลดสิวเสี้ยนได้น้ำผึ้งมาผสมกับกล้วย ขมื้น หรือมะละกอ และนำมาพอกหน้าเอาไว้สักครู่แล้วล้างออกจะช่วยให้ผิวนุ่มชุ่มชื้นขึ้นและดูกระจ่างใสขึ้นทันที สรรพคุณน้ำผึ้งมากมาย รวมทั้งประโยชน์เน้น ๆ จาก “น้ำผึ้ง”ที่ใครหลาย ๆ คนมักจะยังไม่รู้ โดยเฉพาะผู้หญิงสามารถใช้ดูแลในเรื่องของผิวพรรณ หรือตัวช่วยความงามได้เป็นอย่างดี เรียกได้ว่า “น้ำผึ้ง” รักษาโรคก็ได้ รับประทานเล่นก็ดี! #https://adriangatton.com/#สรรพคุณน้ำผึ้ง#น้ำผึ้ง
Read More
สรรพคุณน้ำผึ้ง -ประโยชน์น้ำผึ้ง EP.1

สรรพคุณน้ำผึ้ง -ประโยชน์น้ำผึ้ง EP.1

วิธีรักษาสุขภาพ, สุขภาพ
สรรพคุณของน้ำผึ้ง..!! น้ำผึ้งรสหวานที่หลายคนนำมาใช้แทนน้ำตาล เนื่องจากในน้ำผึ้งมีประโยชน์และสรรพคุณที่หลากหลาย และน้ำผึ้งใช้ได้ทั้งภายในและภายนอก ซึ่งสรรพคุณของน้ำผึ้ง มีมากมายที่คุณยังไม่ทราบ และยังมีอีกหลายประการ น้ำผึ้งไม่เพียงแต่ให้ความหวานแทนน้ำตาลเท่านั้นแต่มีสรรพคุณมากมายที่เราคาดไม่ถึงเลยทีเดียว!!! .....ขอมาแนะนำในเรื่องของสรรพคุณของน้ำผึ้งว่ามีประโยชน์มากมากขนาดไหน..... รักษาอาการการนอนไม่หลับ เนื่องจากน้ำผึ้งเป็นสารให้ความหวานกับร่างกายเมื่อได้รับ ร่างกายจะทำการผลิดอินซูลินและเป็นเซโรโทนิน สักระยะหนึ่งเซโรโทนินจะกลายเป็นเมลาโทนิน ซึ่งเมลาโทนินนี่แหละเป็นสารที่ทำให้เรารู้สึกง่วง รักษาอาการเชื้อรา เนื่องจากในน้ำผึ้ง มีสรรพคุณเปรียบเทียบเหมือนกับ ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ซึ่งช่วยในเรื่องของรักษาในส่วนของเชื้อรา หรือบรรเทาและลดเชื้อราได้ รักษาอาการภูมิแพ้ ซึ่งในน้ำผึ้งมีในส่วนของอนุมูลอิสระที่ได้จากเกสรดอกไม้อยู่มาก ซึ่งช่วยในเรื่องของเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายช่วยลดอาการภูมิแพ้ ให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น #https://adriangatton.com/#น้ำผึ้ง#สรรพคุณน้ำผึ้ง
Read More
หน้ากากอนามัยทำให้เกิดสิว

หน้ากากอนามัยทำให้เกิดสิว

วิธีรักษาสุขภาพ, สุขภาพ
หน้ากากอนามัย ในช่วงนี้ที่มีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค Covid-19 ผู้คนแทบจะทุกคนนั้นก็ได้มีการใส่หน้ากากอนามัยเพื่อเป็นการป้องกันตนเองจากโรค Covid-19 และเมื่อต้องออกมาอยู่ในสถานที่ ๆมีผู้คนจำนวนมากการใส่หน้ากากอนามัยก็ยิ่งมีความสำคัญเป็นอย่างมาก แต่ทั้งนี้การใส่หน้ากากอนามัยอยู่ตลอดเวลาหรือเพียงแค่บางช่วงเวลาเท่านั้นก็สามารถที่จะทำให้เกิดสิวขึ้นบนใบหน้าได้ ไม่ว่าจะเป็นหน้ากากอนามัยทางการแพทย์หรือหน้ากากอนามัยแบบผ้าก็ตาม ก็สามารถที่จะทำให้เกิดสิวขึ้นบนใบหน้าได้ บทความสุขภาพนี้จึงจะมาบอกว่าการใส่หน้ากากอนามัยทำให้เกิดสิวได้อย่างไร และทำอย่างไรไม่ให้เกิดสิวหากจำเป็นต้องใส่หน้ากากอนามัย ผู้ที่มีการแต่งหน้านั้น โดยปกติแล้วการแต่งหน้าก็ทำให้เกิดสิวได้อย่างง่ายดายอยู่แล้ว ยิ่งมีการใส่หน้ากากอนามัยก็ยิ่งทำให้สิวนั้นเพิ่มมากขึ้นไปอีก ดังนั้นหากจำเป็นที่จะต้องใส่หน้ากากอนามัย ในช่วงนั้นก็ควรที่จะมีการแต่งหน้าให้บางลงกว่าปกติ หรืออาจจะต้องงดการแต่งหน้าบริเวณที่มีการใส่หน้ากากอนามัยเพื่อช่วยลดการเกิดสิว เพราะการใส่หน้ากากอนามัยนั้นทำให้เกิดสิวได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากความอับชื้นภายใต้หน้ากากอนามัย และสิ่งสกปรกหรือฝุ่นที่อาจติดอยู่ตามหน้ากากอนามัยนั้นเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสิว วิธีป้องกันสิว เมื่อใส่หน้ากากอนามัย เมื่อกลับมาถึงบ้านให้รีบถอดหน้ากากอนามัยแล้วทำการล้างหน้าทันที โดยอาจมีการใช้ Cleansing เช็ดทำความสะอาดก่อนการล้างหน้า เพื่อให้ฝุ่น และคราบสกปรกที่ติดอยู่ตามรูขุมขนออกไปให้หมด ซึ่งฝุ่นที่ติดอยู่ที่หน้ากากอนามัยนั้นก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวขึ้นบนใบหน้า ดังนั้นการล้างหน้าทันทีเมื่อกลับมาถึงบ้านจะสามารถช่วยลดสิวที่จะเกิดขึ้นได้           ในช่วงที่มีการใส่หน้ากากอนามัยนั้นควรที่จะเลือกใช้ครีมกันแดด และ Skincare ที่ใช้ในการบำรุงต่าง ๆเป็นแบบเนื้อบางเบา เพื่อลดการอุดตันในระหว่างการใส่หน้ากากอนามัย วิธีการนี้จะทำให้สิวน้อยลงได้ในช่วงที่ใส่หน้ากากอนามัย และสิ่งที่สำคัญที่สุดนั้นก็คือ ไม่ควรที่จะใส่หน้ากากอนามัยซ้ำติดต่อกัน หากเป็นหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ควรใส่แล้วทิ้งทันที หรือหากเป็นหน้ากากอนามัยแบบผ้าก็ควรมีการซักทุกครั้งหลังการใส่ เพื่อไม่ให้มีสิ่งสกปรกจากหน้ากากอนามัยทำให้เกิดสิวขึ้นบนใบหน้า #https://adriangatton.com/#หน้ากากอนามัย#สิว
Read More
การนอน-สาเหตุของการนอนไม่เพียงพอ-adriangatton

การนอน-สาเหตุของการนอนไม่เพียงพอ-adriangatton

วิธีรักษาสุขภาพ
การนอนสำคัญอย่างไร นอนก็เยอะ ทำไมยังง่วงระหว่างวัน ? ใครหลาย ๆ คนคงคิดว่า การนอน คือ การพักผ่อนที่ดีที่สุด เป็นการทำให้ร่างกายของเราได้พักผ่อนจากความเหนื่อยล้า จากการทำงานในแต่ละวัน จากการพบเจอสิ่งต่าง ๆ รอบตัวมากมาย หากมีเวลาว่างจากการทำงาน หรือช่วงเวลาพักเที่ยง บางคนอาจแอบงีบ พักสายตา หรือนอนกลางวันเป็นจริง เป็นจังเลยก็ว่าได้ หลังจากที่กลับจากทำงาน เสร็จภารกิจในแต่วัน ก็กลับมาพักผ่อน ใช้ชีวิตประจำวันเป็นปกติ หากความง่วงระหว่างวัน ส่งผลต่อการทำงาน เป็นปัญหาในการใช้ชีวิตประจำวัน และส่งผลให้คุณภาพชีวิตของเราแย่ลง ไม่สนุกกับการทำงาน และส่งผลให้สุขภาพของเราแย่ลงก็ควรที่จะหาสาเหตุ และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมนอนหลับในช่วงเวลากลางคืน 7-8 ชั่วโมง ซึ่งเป็นเวลาของการนอนที่ดีที่สุดแก่ทุกเพศ ทุกวัย แต่ทำไมใครบางคน ยังคงรู้สึกว่า “ นอนก็เยอะ ทำไมยังง่วงระหว่างวัน ? ” แถมร่างกายไม่สดใส อ่อนเพลีย ต้องพึ่งกาแฟวันละแก้ว สองแก้ว ก็ว่าได้ สาเหตุที่ทำให้ง่วงระหว่างวัน นอนไม่เป็นเวลา นอนดึก และตื่นสายในช่วงวันหยุดดื่มชา กาแฟ ดื่มแอลกอฮอล์นอนกลางวันเยอะ งีบระหว่างวันเปิดไฟนอนตอนกลางคืนเตียงนอนไม่สบายความเครียดสะสมจากเรื่องงาน และเรื่องส่วนตัวความวิตกกังวลในเรื่องต่าง ๆปล่อยให้ท้องว่าง หิวกลางดึก วิธีที่ช่วยให้การนอนหลับของเราดีขึ้น “จะได้ไม่ง่วงระหว่างวัน” เข้านอน และตื่นนอนให้เป็นเวลาสม่ำเสมอไม่ตื่นสายในช่วงวันหยุด เพราะจะทำให้เราตื่นยากในเช้าวันจันทร์ที่ต้องไปทำงานไม่ชดเชยการนอน เช่น นอนกลางวัน งีบหลับระหว่างวันหลีกเลี่ยงการดื่มชา กาแฟ ที่มีส่วนผสมของคาเฟอีนไม่ดื่มแอลกอฮอล์ก่อนนอนไม่ทานอาหารมื้อใหญ่ยามดึก เพราะจะส่งผลในเรื่องของการย่อยไม่ดื่มน้ำ หรือเครื่องดื่มเยอะในเวลากลางคืน เพราะจะทำให้ตื่นมาปัสสาวะบ่อย เป็นการรบกวนการนอนหากิจกรรมผ่อนคลายก่อนนอน เช่น ฟังเพลง หรืออ่านหนังสือปิดไฟนอน ทำให้ห้องนอนมืด จะส่งผลให้เราหลับสบายมากขึ้นแช่เท้าด้วยน้ำอุ่นก่อน จะให้เรารู้สึกผ่อนคลาย นอกจากสาเหตุดังกล่าวด้านบนแล้ว ต้นเหตุทำให้เรารู้สึก ง่วงระหว่างวัน ทั้ง ๆ ที่เรารู้สึกว่า นอนก็เยอะ นอนครบ 7 – 8 ชั่วโมงต่อวันแล้ว ยังมีโรค หรือสาเหตุอื่นที่ทำให้เรานอนหลับไม่สนิท ส่งผลให้เราไม่สดใส อ่อนเพลีย โรค หรือสาเหตุอื่นส่งผลต่อการนอน การนอนกรนการหยุดหายใจขณะหลับภาวะขากระตุกขณะนอนหลับนอนละเมอ             การนอนพักผ่อนที่เพียงพอ ถือเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ร่างกายมีสุขภาพดี และมีคุณชีวิตที่ดี เราควรที่จะใส่ใจ และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเองในการนอน เพื่อให้การนอนมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้เรามีชีวิตประจำวันสดใส มีความสุขในการใช้ชีวิตประจำวัน และมีความสุขในการทำงานอีกด้วย #https://adriangatton.com/#การนอนพักผ่อน#สุขภาพดี
Read More
9 เคล็ดลับ แก้ปัญหาอาการนิ้วล็อค-วิธีรักษา-adriangatton

9 เคล็ดลับ แก้ปัญหาอาการนิ้วล็อค-วิธีรักษา-adriangatton

วิธีรักษาสุขภาพ, โรคและการป้องกัน
อาการนิ้วล็อค อาการนิ้วล็อคนั้นไม่ใช่เรื่องแปลก และมีผู้คนที่เป็นจำนวนมาก ถึงจะไม่ได้มีความอันตรายมากนัก และสามารถที่จะรักษาให้หายได้ แต่ก็มักจะเป็นปัญหาในการใช้ชีวิตในผู้ที่เป็นโรคนี้ โดยอาการนิ้วล็อคนั้นมาจากการใช้งานนิ้วมือที่หนักจนเกินไป จนทำให้ปลอกของเส้นเอ็นที่นิ้วมือนั้นเกิดการอักเสบ เมื่อมีอาการอักเสบก็จะทำให้เส้นเอ็นที่นิ้วมือนั้นตีบลง จนทำให้เส้นเอ็นบริเวณนิ้วมือไม่สามารถที่จะทำงานได้ตามปกติ และจะทำให้เกิดอาการนิ้วล็อคบ่อยครั้ง ดังนั้นบทความนี้จึงจะมาแนะนำเคล็ดลับง่าย ๆที่ช่วยแก้ปัญหาอาการนิ้วล็อคให้บรรเทาลง สาเหตุที่เกิดอาการนิ้วล็อค 1. การยกของหนัก นั้นเป็นสาเหตุหลักของการเกิดอาการนิ้วล็อค หากมีการยกของที่มีน้ำหนักที่มากจนเกินไปด้วยการยกที่ผิดวิธี จะทำให้น้ำหนักของสิ่งของนั้นตกลงที่บริเวณข้อของนิ้วมือมากจนเกินไป เมื่อมีการทำแบบนี้บ่อยครั้งก็จะเกิดการอักเสบของเส้นเอ็นทำให้เกิดอาการนิ้วล็อค ดังนั้นหากจำเป็นที่จะต้องมีการยกของหนักก็ควรที่จะมีผ้าสัก 1 ผืน รองรับน้ำหนักจากสิ่งของนั้น ไม่ให้ลงที่บริเวณข้อของนิ้วมือมากจนเกินไป เพราะเมื่อมีการนำผ้ามาใช้ในการยกสิ่งของจะทำให้น้ำหนักนั้นตกลงที่บริเวณฝ่ามือแทน วิธีนี้จึงสามารถที่จะช่วยได้ หรืออาจเป็นการอุ้มสิ่งของนั้นแทนการใช้นิ้วมือยกขึ้นมา ก็จะสามารถช่วยลดการเกิดนิ้วล็อคได้เช่นกัน           2. หากมีการซักผ้าด้วยมือ ไม่ควรที่จะบิดผ้าครั้งละจำนวนมาก ๆหรือบิดผ้าด้วยแรงที่มากจนเกินไป เพราะจะเป็นการใช้งานที่บริเวณข้อของนิ้วมือมากจนเกินไป เมื่อมีการทำบ่อยครั้งก็จะทำให้เกิดอาการอักเสบ และมีอาการนิ้วล็อคตามมา           3. ผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับการก่อสร้าง หรือช่างซ่อมบำรุงต่าง ๆ ที่ต้องมีการใช้อุปกรณ์ช่างต่าง ๆ เช่น ค้อน เลื่อย ไขควง เป็นต้น และเครื่องมือช่างอื่น ๆอีกมากมาย ที่จำเป็นจะต้องใช้ในการทำงาน ซึ่งไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงการใช้งานนิ้วมือที่หนักได้ ดังนั้นควรที่จะมีการสวมถุงมือในการทำงาน เพื่อเป็นการบรรเทาไม่ให้นิ้วมือออกแรงในการใช้งานอุปกรณ์ต่าง ๆที่มากจนเกินไป จะสามารถที่จะช่วยบรรเทาอาการนิ้วล็อคได้           4. อาชีพที่ต้องมีการทำอาหาร จับมีด จับกระทะ และอุปกรณ์ต่าง ๆในการทำอาหาร ควรที่จะมีการนำผ้ามารองอุปกรณ์นั้น ๆในการจับ เพื่อลดการกำของนิ้วมือที่แน่น และใช้เวลานาน เพราะนี่ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการนิ้วล็อคได้เช่นกัน วิธีรักษาอาการนิ้วล็อค           หากมีอาการนิ้วล็อคเกิดขึ้น การแช่นิ้วมือในน้ำอุ่นจะสามารถช่วยบรรเทาให้เส้นเอ็นนั้นคลายตัวได้ โดยการนำมือแช่กับน้ำอุ่น และค่อย ๆกำ และแบมือเบา ๆเรื่อย ๆจนกว่าอาการจะดีขึ้น หรือหากมีการแช่นิ้วมือในน้ำอุ่นทุกวันก็เป็นอีกวิธีหนึ่งในการช่วยรักษาอาการนิ้วล็อคได้เช่นกัน #https://adriangatton.com/#อาการนิ้วล็อค#วิธีรักษา
Read More