รู้จักร่างกายของเรา ก่อนจะเป็นโรคอ้วน !!!

รู้จักร่างกายของเรา ก่อนจะเป็นโรคอ้วน !!!

วิธีรักษาสุขภาพ, สุขภาพ, โรคและการป้องกัน
         “โรคอ้วน” เมื่อพูดถึงโรคนี้ ใครหลายคนก็รู้สึกกลัวขึ้นมาซะอย่างนั้น เพราะ อาหารแต่ละมื้อ ขนมหวาน ขนมเค้ก อาหารจั๊งค์ฟู้ด (Junk Food) ที่แสนอร่อย และน้ำหวานที่รับประทานอยู่ในทุก ๆ วัน ล้วนเป็นสาเหตุของโรคอ้วนทั้งสิ้น             โรคอ้วน คือ ภาวะที่ร่างกายทำงานผิดปกติ คือ ร่างกายมีการเผาผลาญที่ลดลง และมีการสะสมของไขมันที่เพิ่มมากขึ้น หากร่างกายอยู่ในสภาวะนี้นานจนเกินไป จะส่งผลเสียต่อร่างกาย และนำไปสู่โรคอื่น ๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคข้อเสื่อม นอนหลับไม่สนิท ภูมิแพ้ หรืออาจส่งผลให้สมองเสื่อมได้ เราจึงจำเป็นที่จะต้องทำความรู้จักร่างกายของเรา ก่อนที่จะเป็น “โรคอ้วน” เมื่อเรารู้ว่าร่างกายของเราทำงานอย่างไร เราจะรู้ถึงสาเหตุของความอ้วน และรู้วิธีที่จะความคุม ดูแลร่างกาย ในเรื่องของการรับประทานอาหาร และการดูแลสุขภาพอย่างถูกวิธี เพื่อไม่ให้เสี่ยงต่อ “โรคอ้วน” ตัวควบคุมร่างกายเกี่ยวกับโรคอ้วน ฮอร์โมน ฮอร์โมนที่ควบคุมการทำงานของร่างกายเกี่ยวกับความอ้วน มีอยู่ 2 ชนิด คือ ฮอร์โมน Neuropeptide Y หรือ NPY เป็นฮอร์โมนที่สั่งการสมองว่า หากร่างกายมีความเครียด คิดมาก สมองจะหลั่งฮอร์โมน NPY ออกมา และทำให้เรารู้สึกหิว และอยากกินอาหารที่มีรสหวาน มัน เค็ม มีความอยากกินแป้ง อยากกินน้ำตาลเยอะ ๆ อยากกินอาหารมากกว่าปกติ เมื่อเรากินเข้าไปเยอะ ๆ ร่างกายเผาผลาญไม่ทัน ส่งผลให้เกิดการสะสมของไขมัน วิธีทำให้ฮอร์โมนตัวนี้หลั่งออกมาน้อย คือ การไม่อดอาหารนาน ๆ กินโปรตีนที่มีประโยชน์ กินผัก หรือไฟเบอร์ให้มากขึ้น ** ไขมันที่ร่างกายสะสมไว้ มีความน่ากลัวมาก มีชื่อว่า Visceral Fat คือ ไขมันที่สะสมอยู่ตามช่องท้อง เกาะอยู่ตามตับ ตับอ่อน หรือลำไส้ ก่อให้เกิดโรคต่าง ๆ ตามมา Cholecystokinin Peptide หรือ CCK PPY เป็นฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการสั่งการของสมองว่า สั่งให้เราร่างการของเรามีความอิ่ม    อวัยวะภายในตับอ่อน ตับอ่อนเป็นอวัยวะที่หลั่งฮอร์โมนอินซูลิน โดยการสร้างจากเบต้าเซลล์ของตับอ่อน หน้าที่หลักของฮอร์โมนอินซูลิน คือ มีหน้าที่ในการควบคุม และจัดเก็บน้ำตาล ไขมัน เพื่อที่จะนำน้ำตาล และไขมันที่ร่างกายได้รับนำไปเป็นพลังงาน เพื่อให้ร่างกายได้ใช้ประโยชน์ต่อไป เมื่อร่างกายมีการผลิตอินซูลินที่เพิ่มมากขึ้นจากการได้รับปริมาณน้ำตาล และไขมันที่เพิ่มสูงขึ้นในปริมาณมาก และติดต่อกันเป็นเวลานาน ส่งผลให้การทำงานของฮอร์โมนอินซูลินมีความผิดปกติ เกิดการดื้อต่ออินซูลิน ทำให้การเผาผลาญในร่างการมีความผิดปกติ เกิดเป็นโรคอ้วน และเป็นโรคเบาหวาน วิธีการปรับการกินของตัวเอง คือการลดอาหารที่มีปริมาณแป้งเยอะ และลดการกินของหวานที่มี     “ไฮฟรุกโตสไซรัป” ช่องท้อง หลั่งฮอร์โมน Glucagon-like peptide-1 หรือที่เรียกว่า…
Read More
“ไข้เลือดออก” ห้ามกินยาลดไข้กลุ่ม NSAIDs

“ไข้เลือดออก” ห้ามกินยาลดไข้กลุ่ม NSAIDs

สุขภาพ, โรคและการป้องกัน
         อันดับแรกเรามาทำความรู้จักโรคไข้เลือดออกกันก่อนนะคะ            โรคไข้เลือดออกมีการแพร่ระบาดในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม ถึงเดือนมิถุนายน เพราะเข้าสู่ช่วงฤดูฝนของประเทศไทย โดยยุงลายชอบที่จะวางไข่ในที่น้ำขัง เช่น ในกระถางปลูกต้นไม้ที่มีน้ำขัง กระป๋อง หรือภาชนะที่ทิ้งไว้ ล้อยาง ที่น้ำมีลักษณะน้ำนิ่ง เมื่อฝนตกลงมา น้ำมักจะขังอยู่ตามภาชนะต่าง ๆ ซึ่งเป็นที่วางไข่อย่างดีของยุงลาย เพราะ โรคไข้เลือดออกมียุงลายเป็นพาหะนำโรค เมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูฝน จึงเกิดการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออกอย่างรวดเร็ว             สังเกตอาการเสี่ยงของโรคไข้เลือดออก มีไข้สูงเฉียบพลัน นาน 2-7 วันมีอาการเลือดออก ส่วนใหญ่จะพบที่บริเวณผิวหนัง ลักษณะสังเกต คือมีจุดเล็ก ๆ หรือผื่นสีแดง ขึ้นตามบริเวณผิวหนัง หากสังเกตว่าตนเอง เด็ก หรือคนภายในครอบครัวมีอาการคล้าย หรือเสี่ยงที่จะเป็นไข้เลือดออก โดยมีไข้สูงเฉียบพลันนาน 2-7 วันติดต่อกัน ควรที่จะกินยาลดไข้ ควบคู่ไปกับการเช็ดตัวอย่างถูกวิธี ยาลดไข้ที่ควรกินหากมีไข้สูง และเสี่ยงโรคไข้เลือดออก ยาพาราเซตามอล ห้ามกินยาลดไข้ กลุ่ม NSAIDs หากมีไข้สูงติดต่อกันหลายวัน และสงสัยป่วยไข้เลือดออก ยาลดไข้กลุ่ม NSAIDs หรือยาลดไข้ชนิดรุนแรง คือ ยาต้านอักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) รักษาลดอาการอักเสบ ลดอาการปวด และลดไข้ ใช้ในเวลาที่มีไข้สูง ปวดศีรษะ หรือมีอาการปวดท้องประจำเดือน ยาลดไข้ กลุ่ม NSAIDs ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายเมื่อมีไข้สูง ไอบูโพรเฟน (ibuprofen)แอสไพรินขนาดสูง (aspirin) หากมีไข้สูง คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดว่าควรใช้ยาลดไข้ชนิดรุนแรง เพราะ จะทำให้ไข้ลดอย่างรวดเร็ว แต่สิ่งที่สำคัญ คือ อาการไข้ที่ไม่ทราบสาเหตุ มีไข้เพราะโรค หรือเชื้อตัวใด อาจสงผลเสียต่อร่างกาย หรือเสียชีวิตได้ เพราะโรคบางโรค เมื่อมีไข้ ไม่ควรที่จะกินยาลดไข้ กลุ่ม NSAIDs ยาลดไข้ กลุ่ม NSAIDs ที่พบได้ทั่วไปมีอยู่ 2 ชนิด คือ ชนิดน้ำ และชนิดเม็ด ชนิดน้ำเหมาะสำหรับเด็กมีสีส้ม และชนิดเม็ดเหมาะกับผู้ใหญ่เม็ดสีชมพู ทำไมถึงไม่ควรกินยาลดไข้ กลุ่ม NSAIDs เมื่อสงสัยโรคไข้เลือดออก อาการของโรคไข้เลือดออก ที่มีลักษณะเด่น คือ มีจุดเล็ก ๆ รอยจ้ำเลือด หรือผื่นสีแดง ขึ้นตามบริเวณผิวหนัง แขน ขา หรือตามร่างกาย นั่นคืออาการที่บ่งบอกว่ามีเลือดออกภายในร่างกาย จากการติดเชื้อไวรัสเดงกี ทำให้มีปริมาณเกร็ดเลือดต่ำลง “ไม่ควรกินยาลดไข้ กลุ่ม NSAIDs เมื่อสงสัยโรคไข้เลือดออก” เพราะส่วนใหญ่ยากลุ่ม NSAIDs ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อกระเพาะอาหาร ทำให้เกิดแผล และเลือดออกทางเดินอาหารได้ง่าย ผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก จึงมีความเสี่ยงเลือดออกง่าย และเลือดออกในปริมาณที่มากขึ้นกว่าปกติ เสี่ยงเสียชีวิต !!! “หากมีอาการน่าสงสัย ควรรีบพบแพทย์”…
Read More
เคล็ดลับการกินให้ผอม การลดน้ำหนัก

เคล็ดลับการกินให้ผอม การลดน้ำหนัก

วิธีรักษาสุขภาพ
หลายคนคงเคยประสบปัญหาในการลดน้ำหนัก ในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการออกกำลังกาย เนื่องจากทำงานวันล่ะ 8-10 ชม. แล้วร่างกายนั้นอ่อนเพลียจนไม่มีพลังในการลุกขึ้นมาออกกำลังกายเลยนั้น วันนี้ทางเราได้นำเคล็ดลับ 3 เคล็ดลับการกินให้ผอม 1. กินน้อยแต่บ่อยขึ้น ในกรณีนี้เหมาะกับผู้ที่ชอบทานจุกจิกติดเป็นนิสัย ซึ่งการกินจุกจิกส่วนใหญ่นั้นคือการ ทานขนม ขนมทุกประเภทและทุกชนิด เป็นของต้องห้ามสำหรับผู้ที่จะลดน้ำหนักอย่างเด็ดขาด แต่ถ้าท่านอยากมีเคล็ดลับการกินให้ผอมนั้นจะต้องห้ามติดการกินจุกจิก แนะนำให้ท่านนั้นแบ่งมื้ออาหารจาก 3 เป็น 5 แต่ในปริมาณที่น้อยลง เป็นครึ่งหนึ่งจากปกติ อย่างเช่น มื้อเช้า จากการทานข้าว 1 กล่องหรือ 1 จากนั้น ให้แบ่งออกเป็น 2 ส่วน กลายเป็นมื้อเช้า และมื้อสาย และทำแบบนี้กับมื้อต่อไป ท่านจะได้มื้อเที่ยง และบ่าย และในมื้อเย็นนั้น ให้ทานอาหารเบา ๆ เพียงเท่านี้พอ ท่านก็จะควบคุมปริมาณการกินที่ไม่มากเกินไปได้และช่วยเรื่องการลดน้ำหนัก                       2. กินโปรตีนและผัก ในแต่ล่ะมื้ออาหารที่แนะนำไป สำหรับผู้ที่ควบคุมน้ำหนักอยู่ คงทราบดีว่าศัตรูตัวฉกาจอย่างคาร์โบไฮเดรต หรือแป้งนั้นยิ่งส่งผลให้อ้วน เพราะคนส่วนใหญ่นั้นจะทานข้าว หรือขนมปังเป็นหลัก แล้วมีโปรตีนกับผักแทรกอยู่ในนั้น ซึ่งสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก ท่านนั้นจำเป็นที่จะมีเคล็ดลับการกินให้ผอมโดยต้องลดแป้งให้น้อยลง และทานโปรตีนกับผักต่าง ๆ ให้มากขึ้น แต่ท่านก็ต้องเลือกโปรตีนที่ดีต่อสุขภาพด้วยเช่นกันจะมีส่วนช่วยในการลดน้ำหนัก ไม่ใช่พวกเนื้อสเต็กติดมันชิ้นใหญ่ อย่างนี้น้ำหนักท่านอาจไม่ลด และได้ไขมันส่วนเกินเพิ่มมาแทน Pouring water into one of four glasses on a white tablecloth.                      3. กินน้ำเปล่า สำหรับข้อสำคัญข้อสุดท้ายนี้ เชื่อว่ามี เคล็ดลับการกินให้ผอมก็เพราะว่า การทานน้ำเปล่านั้นช่วยให้ท่านควบคุม หรือลดน้ำหนักได้จริง เหมาะสำหรับผู้ติดทานจุกจิก การทานน้ำเปล่านั้นช่วยได้จริง เมื่อท่านรู้สึกหิวและอยากทานอะไรบางอย่าง ให้ท่านเลือกกระดกน้ำเปล่าแทน น้ำเปล่านั้นจะทำให้หนักท้อง และยังดีต่อสุขภาพในต่าง ๆ อีกมากมาย                   เพียงเท่านี้ท่านก็จะมี เคล็ดลับการกินให้ผอม และสามารถควบคุมน้ำหนักเองได้ แต่ถ้าท่านนั้นอยากให้ร่างกายของท่านนั้นมีความฟิตและเฟริมนั้น ท่านจำเป็นที่จะต้องออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย เพียงแค่วันล่ะ 45 นาทีเป็นอย่างต่ำ เท่านี้ท่านก็จะมีรูปร่างและน้ำหนักที่สมดุลและสวยงามอย่างที่ท่านต้องการที่จะลดน้ำหนัก #https://adriangatton.com/#เคล็ดลับการกินให้ผอม#การลดน้ำหนัก
Read More
สีของปัสสาวะ-สุขภาพดี-เรื่องใกล้ตัวที่ต้องใส่ใจ!!

สีของปัสสาวะ-สุขภาพดี-เรื่องใกล้ตัวที่ต้องใส่ใจ!!

วิธีรักษาสุขภาพ, สุขภาพ, โรคและการป้องกัน
สีของปัสสาวะ...ภัยใกล้ตัวไม่ควรมองข้าม ปัสสาวะ (Urine)  คือ ของเหลวที่ร่างกายขับออกมาโดยการทำงานของไต หรือเป็นของเสียที่ร่างกายขับทิ้ง โดยปกติร่างกายเราจะขับปัสสาวะ วันละ 1.5 ลิตร เพื่อให้ร่างกายมีสมดุลที่ดีในแต่วัน การปัสสาวะจึงถือว่าเป็นกิจวัตรประจำวันที่ทุกคนต้องพบเจอ และหลีกเลี่ยงไม่ได้ สีของปัสสาวะ ปกติแล้วสีอะไร ? ปกติแล้วสีของปัสสาวะจะมีสีเหลืองอ่อน ใส ยิ่งเราดื่มน้ำมาก สีของปัสสาวะก็ยิ่งใส เจือจางตามปริมาณน้ำที่เราดื่มในแต่ละวัน สีของปัสสาวะบอกอะไรได้บ้าง ปัสสาวะ “ใส” “ไม่มีสี” ระยะเวลาติดต่อกันนานบ่งบอกว่าร่างกายของคุณได้น้ำรับในปริมาณที่มากเกินไป ทำให้เกลือแร่ที่อยู่ในร่างกายต่ำ มีความเจือจาง อาจส่งผลเสียต่อร่างกาย เช่นอาจมีภาวะ โรคเบาหวาน หรือโรคไต เป็นต้น แต่ถ้าปัสสาวะใส ไม่มีสี เป็นครั้งคราว อาจเกิดจากในวันนั้นคุณดื่มน้ำในปริมาณที่มากเกินไปเท่านั้น ไม่ต้องวิตกกังวลไป โดยปริมาณน้ำที่ร่างกายเราต้องการในแต่ละวัน คือ 8 แก้วต่อวัน หรือ 1.5 ลิตรต่อวัน หรือตามความเหมาะสมของร่างกาย และกิจวัตรประจำวันที่ต้องทำในแต่ละวันปัสสาวะมีสี “เหลืองเข้ม” คือ สีปัสสาวะที่มีความปกติ เพียงแค่คุณต้องดื่มน้ำในปริมาณที่เพิ่มขึ้นในแต่ละวันปัสสาวะมีสี “ขาวขุ่น” อาจเกิดจากทางเดินปัสสาวะมีการติดเชื้อเช่น โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบปัสสาวะมีสี “ชมพูอ่อน หรือ แดง” อาจมีเลือดปนอยู่ในปัสสาวะ แสดงถึงโรคไต นิ่วในไต หรือมีการออกกำลังหนักจนเกินไปทำให้อวัยวะบางส่วนบริเวณกระเพาะปัสสาวะฉีกขาดปัสสาวะมีสี “เขียว” อาจเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียในกระเพาะปัสสาวะปัสสาวะมีสี “ม่วง” พบได้มากในผู้ป่วยที่ใส่สายสวนปัสสาวะ ทำให้ติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ โดยมีชื่อเรียกเฉพาะว่า อาการปัสสาวะในถุงเป็นสีม่วง (purple urine bag syndrome) เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์ สีของปัสสาวะผิดปกติจากเดิมหลายวันติดต่อกันเป็นสีชมพู หรือสีแดง เนื่องจากมีเลือดปนออกมากับปัสสาวะสีของปัสสาวะเป็นสีส้ม หรือสีน้ำตาลเข้ม ร่วมกับผิวหนัง ตามีสีเหลือง และอุจจาระมีสีซีด ร่างกายของคุณกำลังบอกว่า ตับ ของคุณกำลังทำงานผิดปกติ สีปัสสาวะสามารถบอกได้ถึงสุขภาพของเราได้ส่วนหนึ่ง เราจึงต้องหมั่นสังเกตุว่าในแต่ละครั้งที่เราปัสสาวะออกมานั้น สีของปัสสาวะเป็นสีอะไร และมีความผิดปกติ ผิดแปลกไปจากเดิมหรือไม่ เพราะสีปัสสาวะ หรือปริมาณของปัสสาวะในแต่ละวันนั้น คือ ตัวบ่งบอกสุขภาพภายในของเราได้ ดังนั้น “สีของปัสสาวะ คือ เรื่องใกล้ตัวที่ต้องใส่ใจ” ไม่ควรที่จะมองข้าม ข้อมูลจาก : โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ #https://adriangatton.com/#สีของปัสสาวะ#สุขภาพ
Read More
4 สมุนไพร ลดอาการปากแห้งแตก – ปากสวย

4 สมุนไพร ลดอาการปากแห้งแตก – ปากสวย

วิธีรักษาสุขภาพ, สุขภาพ
อาการ “ปากแห้ง” หรือ “ปากแตก” อาการ “ปากแห้ง” หรือ “ปากแตก” เกิดขึ้นจากหลายสาเหตุไม่ว่าจะเป็นภาวะขาดน้ำ, โรคภูมิแพ้, โรคเบาหวาน, ภาวะปากแห้งเพราะน้ำลายน้อย, หรือ โรคโชเกร็น (โรคที่เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันต่อต้านตนเอง) ซึ่งมีหลากหลายวิธีที่จะช่วยลดอาการปากแห้งปากแตกเหล่านี้เบื้องต้น ไม่ว่าจะเป็นการดื่มน้ำให้เพียงพอ การเปลี่ยนลิปสติกหรือลิปบาล์ม เปลี่ยนยาสีฟัน หรือวิธีอื่น ๆ ซึ่งครั้งนี้เราขอแนะนำ 4 สมุนไพร ลดอาการปากแห้งแตก ใครอยากปากสวยฟังทางนี้! 4 สมุนไพร ลดอาการปากแห้งปากแตก 1. น้ำมันมะกอก – น้ำมันมะกอกเป็นสมุนไพร ที่ช่วยลดอาการปากแห้งแตก เพราะมีวิตามินเอ และวิตามินอี ช่วยคืนความชุ่มชื้นให้ริมฝีปาก แถมยังช่วยป้องกันแสงแดดและมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระอีกด้วย นอกจากนี้การทาน้ำมันมะกอกที่ริมฝีปากยังเหมือนกับการสร้างแผ่นฟิล์มธรรมชาติมาเคลือบผิว ซึ่งช่วยป้องกันริมฝีปากสูญเสียน้ำไป ทำให้ริมฝีกปากกลับมาสวยดูชุ่มชื้นตลอดเวลา Bottle pouring virgin olive oil in a bowl close up 2. น้ำผึ้ง – น้ำผึ้งเป็นสมุนไพร ที่ช่วยลดอาการปากแห้งแตก เพราะสามารถเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว และยังมีสารแอนติออกซิแดนท์ที่ช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของผิวได้อีกด้วย แถมยังมีฤทธิ์ช่วยฆ่าเชื้อโรค ดังนั้นหากปากแห้งแตกจนมีแผลก็สามารถทาน้ำผึ้งบาง ๆ เพื่อช่วยสมานแผลได้ หรือจะทาบาง ๆ แทนลิปบาล์มก็ยังได้ นอกจากน้ำยังสามารถผสมน้ำผิ้งกับน้ำตาลน้ำมาทำเป็นสครับธรรมชาติ นำมาขัดที่ริมฝีปากเบา ๆ เพื่อขัดเซลล์ที่เสื่อมสภาพบนริมฝีปากออก ทำให้ได้ริมฝีปากนุ่มสวยกลับคืนมา 3. ใบของต้นเปล้า – ใบของต้นเปล้า เป็นสมุนไพร ที่ช่วยลดอาการปากแห้งแตก เพราะยางของต้นเปล้าสามารถเพิ่มความชุ่มชื้นให้ริมฝีปากได้ โดยการเด็ดของต้นเปล้า จะใบเล็กหรือใบใหญ่ก็ได้ สัก 2 – 3 ใบ ให้เด็ดก้านติดใบมาด้วย ตอนเด็ดจะได้น้ำยางใส ๆ ไหลออกมาด้วย ให้เอายางจากใบของต้นเปล้านั้นมาแต้มที่ริมฝีปากที่แห้งแตกวันละ 2 – 3 ครั้ง ผ่านไปสัก 4 – 5 วันจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลง และได้ริมฝีปากสวยดังเดิมกลับคืนมา 4. น้ำตะไคร้หอม – น้ำตะไคร้หอม เป็นสมุนไพร ที่ช่วยลดอาการปากแห้งแตก เพราะมีสรรพคุณแก้อาการร้อนใน และเพิ่มความชุ่มชื้นให้ร่างกาย ดังนั้นการต้มน้ำตะไคร้หอมดื่มกินบ่อย ๆ จะช่วยทำให้ร่างกายชุ่มชื้นจากภายในสู่ภายนอก จึงเป็นผลให้ริมฝีปากฟื้นคืนสภาพกลับมาสวยดังเดิมได้ด้วย เป็นอย่างไรกันบ้างคุณประโยชน์กับ 4 สมุนไพร ลดอาการปากแห้งและปากแตกที่นำมาแนะนำในครั้งนี้ หวังว่าใครที่อยากมีริมฝีปากสวยจากวิธีธรรมชาติจะลองนำวิธีเหล่านี้ไปทำตาม และได้ริมฝีปากสวยชุ่มชื้นกลับมากันนะจ้ะ #https://adriangatton.com/#สมุนไพร#ลดอาการปากแห้งแตก
Read More
กินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ยังไงให้มีสุขภาพดี ?

กินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ยังไงให้มีสุขภาพดี ?

วิธีรักษาสุขภาพ, สุขภาพ
ทำความรู้จักบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป... ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป คือ อาหารทางเลือกอันดับต้นๆ ในวันที่มีความคิดว่า “วันนี้กินอะไรดี” เพราะเพียงแค่ 3 นาทีก็อิ่มได้ แถมยังให้ความอร่อยในรสชาติที่หลากหลาย แต่ในบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปก็แอบแฝงไปด้วยโซเดียม (มีความเค็ม) และไขมันในปริมาณที่สูง เมื่อร่างกายได้รับในปริมาณที่มากเกินไปจะผลเสียต่อสุขภาพ จึงเกิดคำถามที่ว่า “กินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ยังไงให้มีสุขภาพดี ?” โดยปกติแล้วเวลาเรากินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เราจะทำเสร็จ พร้อมทานในขั้นตอนง่าย ๆ  คือ ต้มน้ำ ฉีกซอง และใส่เครื่องปรุง หลังจากนั้นรอ 2-3 นาที ก็อิ่ม อร่อยได้ หากเราปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เสียเวลาในการเตรียม การปรุง เพิ่มอีกไม่กี่นาทีเราก็จะได้ทั้งความอร่อย และมีสุขภาพที่ดีตามมา ขั้นตอนการทำบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขั้นตอนที่ 1 ต้มน้ำให้เดือดแล้วนำเส้นลงไปต้มประมาณ 2-3 นาที หลังจากนั้นเทน้ำที่ต้มเส้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปทิ้ง เพื่อที่จะล้างโซเดียมบางส่วนในเส้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปออก หลังจากนั้นก็นำเส้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไปต้มต่อให้เดือด             ขั้นตอนที่ 2 เติมอาหารหลัก 5 หมู่ลงไป ได้แก่ ประเภทโปรตีนที่เป็นเนื้อสัตว์ตามชอบ หมูไข่ เต้าหู้ ผักใบเขียว แต่อย่าลืมว่าเราได้แป้งจากเส้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาแล้ว             ขั้นตอนที่ 3 เป็นขึ้นตอนการปรุงที่สำคัญมาก ๆ คือ “ใส่เครื่องปรุงแค่ครึ่งซอง” เท่านั้น เพื่อลดปริมาณของโซเดียม และไขมัน หากเราใช้เครื่องปรุงทั้งซอง จะทำให้ร่างกายได้รับโซเดียมมากเกินไป เพราะในแต่ละวันจะร่างกายเราจะได้รับปริมาณโซเดียมจากเครื่องปรุงต่าง ๆ เช่น ซอส ซีอิ๊ว เกลือ น้ำปลา และผงปรุงรสต่าง ๆ สูงอยู่แล้ว โทษของการกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป โรคอ้วนจะตามมาติด ๆ พร้อมกับความอร่อย เพราะบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมีแป้งในปริมาณมากสารอาหารไม่เพียงพอต่อร่างกายโซเดียมสูง หากร่างกายได้รับโซเดียมในปริมาณที่มากเกินไปจะเสี่ยงการต่อการเป็นโรคความดันโลหิตสูง, โรคหัวใจ, ไตวาย เป็นต้น เพียงเท่านี้เราก็จะได้กินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ที่อร่อย แถมยังมีสุขภาพดีอีกด้วย  นอกจากวิธีการทำบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแล้ว ยังมีวิธีการกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาแนะนำให้ทราบกันอีกนิด คือ เน้นกินเนื้อ กินผักเหลือน้ำ ไม่ยกซดกินไม่เกินวันละหนึ่งซอง หรือสัปดาห์ละไม่เกิน 2 – 3 ซอง ...ควรกินอาหารที่หลากหลาย ครบทั้ง 5 หมู่... คำเตือน ...อย่ากินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมากเกินไป เพราะการกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมากเกินไปนั้น จะก่อให้เกิดโทษ มากกว่าประโยชน์แก่ร่างกาย #https://adriangatton.com/#บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป#สุขภาพดี
Read More
สรรพคุณน้ำผึ้ง -ประโยชน์น้ำผึ้ง EP.2

สรรพคุณน้ำผึ้ง -ประโยชน์น้ำผึ้ง EP.2

วิธีรักษาสุขภาพ, สุขภาพ
สรรพคุณน้ำผึ้ง เป็นที่ทราบกันดีว่า “น้ำผึ้ง” รสชาติแสนหวานที่เรารับประทานเพื่อเพิ่มรสชาติอาหารและของหวานต่าง ๆ นั้น เต็มไปด้วยสรรพคุณมากมาย เราจะมาบอกต่อสรรพคุณน้ำผึ้ง รักษาอาการเจ็บคอ เนื่องจากในน้ำผึ้งมีส่วนช่วยให้ชุ่มคอ น้ำผึ้งช่วยฆ่าเชื้อโรคที่ก่อให้เกิดอาการไอได้จึงสามารถช่วยในเรื่องของแก้เรื่องเจ็บคอ หรือสังเกตได้จากยาอมที่มีส่วนผสมของน้ำผึ้งจะมีส่วนช่วยให้ชุ่มคอและลดอาการเจ็บคอลงได้จริง น้ำผึ้งใส่ผสมกับน้ำมะนาวและน้ำอุ่นดื่มพร้อมกันจะยิ่งช่วยให้คอชุ่มชื้นได้ รักษาอาการท้องผูก ท้องเสีย และโรคกระเพาะ เนื่องจากในน้ำผึ้ง มีโพรไบโอติกส์และเป็นมิตรกับเชื้อแบคทีเรียแลคโตบาซิลัส แถมยังช่วยฆ่าเชื้อโรคได้ดีอีกด้วย ช่วยฆ่าเชื้อโรคในกระเพาะอาหารและลำไส้ทำให้ถ่ายท้องสะดวกขึ้นลดอาการท้องผูก น้ำผึ้งรับประทานคู่กับกาแฟก็ดีไปอีกแบบเพราะช่วยหยุดอาการท้องเสีย และสำหรับใครที่เป็นโรคกระเพาะอาหารระยะเริ่มต้นก็สามารถรับประทานน้ำผึ้งวันละ 1 ช้อนชาเพื่อช่วยสมานแผลในกระเพาะอาหารได้อีกด้วย รักษาแผลและบรรเทาอาการอักเสบของแผลได้ เนื่องจากน้ำผึ้งมีประโยชน์ในเรื่องของการสมานแผลในร่างกายเนื่องจากความเข้มข้นของน้ำผึ้งทำให้เชื้อโรคที่อยู่ในแผลตาย จึงช่วยทำให้แผลสมานได้เร็วขึ้นผสมน้ำผึ้ง 1 ส่วน ต่อน้ำ 9 ส่วนก็สามารถนำมาล้างแผลตามปกติช่วยให้แผนหายได้เร็วยิ่งขึ้น ช่วยให้ใบหน้าใสดูอ่อนเยาว์ เนื่องจากน้ำผึ้งมีสารเพิ่มความชุ่มชื้น และมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ บางคนจึงน้ำมาผสมกับสมุนไพรอื่นๆ ที่มีสรรพคุณในการบำรุงผิวและสามารถช่วยลดสิวเสี้ยนได้น้ำผึ้งมาผสมกับกล้วย ขมื้น หรือมะละกอ และนำมาพอกหน้าเอาไว้สักครู่แล้วล้างออกจะช่วยให้ผิวนุ่มชุ่มชื้นขึ้นและดูกระจ่างใสขึ้นทันที สรรพคุณน้ำผึ้งมากมาย รวมทั้งประโยชน์เน้น ๆ จาก “น้ำผึ้ง”ที่ใครหลาย ๆ คนมักจะยังไม่รู้ โดยเฉพาะผู้หญิงสามารถใช้ดูแลในเรื่องของผิวพรรณ หรือตัวช่วยความงามได้เป็นอย่างดี เรียกได้ว่า “น้ำผึ้ง” รักษาโรคก็ได้ รับประทานเล่นก็ดี! #https://adriangatton.com/#สรรพคุณน้ำผึ้ง#น้ำผึ้ง
Read More
สรรพคุณน้ำผึ้ง -ประโยชน์น้ำผึ้ง EP.1

สรรพคุณน้ำผึ้ง -ประโยชน์น้ำผึ้ง EP.1

วิธีรักษาสุขภาพ, สุขภาพ
สรรพคุณของน้ำผึ้ง..!! น้ำผึ้งรสหวานที่หลายคนนำมาใช้แทนน้ำตาล เนื่องจากในน้ำผึ้งมีประโยชน์และสรรพคุณที่หลากหลาย และน้ำผึ้งใช้ได้ทั้งภายในและภายนอก ซึ่งสรรพคุณของน้ำผึ้ง มีมากมายที่คุณยังไม่ทราบ และยังมีอีกหลายประการ น้ำผึ้งไม่เพียงแต่ให้ความหวานแทนน้ำตาลเท่านั้นแต่มีสรรพคุณมากมายที่เราคาดไม่ถึงเลยทีเดียว!!! .....ขอมาแนะนำในเรื่องของสรรพคุณของน้ำผึ้งว่ามีประโยชน์มากมากขนาดไหน..... รักษาอาการการนอนไม่หลับ เนื่องจากน้ำผึ้งเป็นสารให้ความหวานกับร่างกายเมื่อได้รับ ร่างกายจะทำการผลิดอินซูลินและเป็นเซโรโทนิน สักระยะหนึ่งเซโรโทนินจะกลายเป็นเมลาโทนิน ซึ่งเมลาโทนินนี่แหละเป็นสารที่ทำให้เรารู้สึกง่วง รักษาอาการเชื้อรา เนื่องจากในน้ำผึ้ง มีสรรพคุณเปรียบเทียบเหมือนกับ ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ซึ่งช่วยในเรื่องของรักษาในส่วนของเชื้อรา หรือบรรเทาและลดเชื้อราได้ รักษาอาการภูมิแพ้ ซึ่งในน้ำผึ้งมีในส่วนของอนุมูลอิสระที่ได้จากเกสรดอกไม้อยู่มาก ซึ่งช่วยในเรื่องของเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายช่วยลดอาการภูมิแพ้ ให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น #https://adriangatton.com/#น้ำผึ้ง#สรรพคุณน้ำผึ้ง
Read More
หน้ากากอนามัยทำให้เกิดสิว

หน้ากากอนามัยทำให้เกิดสิว

วิธีรักษาสุขภาพ, สุขภาพ
หน้ากากอนามัย ในช่วงนี้ที่มีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค Covid-19 ผู้คนแทบจะทุกคนนั้นก็ได้มีการใส่หน้ากากอนามัยเพื่อเป็นการป้องกันตนเองจากโรค Covid-19 และเมื่อต้องออกมาอยู่ในสถานที่ ๆมีผู้คนจำนวนมากการใส่หน้ากากอนามัยก็ยิ่งมีความสำคัญเป็นอย่างมาก แต่ทั้งนี้การใส่หน้ากากอนามัยอยู่ตลอดเวลาหรือเพียงแค่บางช่วงเวลาเท่านั้นก็สามารถที่จะทำให้เกิดสิวขึ้นบนใบหน้าได้ ไม่ว่าจะเป็นหน้ากากอนามัยทางการแพทย์หรือหน้ากากอนามัยแบบผ้าก็ตาม ก็สามารถที่จะทำให้เกิดสิวขึ้นบนใบหน้าได้ บทความสุขภาพนี้จึงจะมาบอกว่าการใส่หน้ากากอนามัยทำให้เกิดสิวได้อย่างไร และทำอย่างไรไม่ให้เกิดสิวหากจำเป็นต้องใส่หน้ากากอนามัย ผู้ที่มีการแต่งหน้านั้น โดยปกติแล้วการแต่งหน้าก็ทำให้เกิดสิวได้อย่างง่ายดายอยู่แล้ว ยิ่งมีการใส่หน้ากากอนามัยก็ยิ่งทำให้สิวนั้นเพิ่มมากขึ้นไปอีก ดังนั้นหากจำเป็นที่จะต้องใส่หน้ากากอนามัย ในช่วงนั้นก็ควรที่จะมีการแต่งหน้าให้บางลงกว่าปกติ หรืออาจจะต้องงดการแต่งหน้าบริเวณที่มีการใส่หน้ากากอนามัยเพื่อช่วยลดการเกิดสิว เพราะการใส่หน้ากากอนามัยนั้นทำให้เกิดสิวได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากความอับชื้นภายใต้หน้ากากอนามัย และสิ่งสกปรกหรือฝุ่นที่อาจติดอยู่ตามหน้ากากอนามัยนั้นเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสิว วิธีป้องกันสิว เมื่อใส่หน้ากากอนามัย เมื่อกลับมาถึงบ้านให้รีบถอดหน้ากากอนามัยแล้วทำการล้างหน้าทันที โดยอาจมีการใช้ Cleansing เช็ดทำความสะอาดก่อนการล้างหน้า เพื่อให้ฝุ่น และคราบสกปรกที่ติดอยู่ตามรูขุมขนออกไปให้หมด ซึ่งฝุ่นที่ติดอยู่ที่หน้ากากอนามัยนั้นก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวขึ้นบนใบหน้า ดังนั้นการล้างหน้าทันทีเมื่อกลับมาถึงบ้านจะสามารถช่วยลดสิวที่จะเกิดขึ้นได้           ในช่วงที่มีการใส่หน้ากากอนามัยนั้นควรที่จะเลือกใช้ครีมกันแดด และ Skincare ที่ใช้ในการบำรุงต่าง ๆเป็นแบบเนื้อบางเบา เพื่อลดการอุดตันในระหว่างการใส่หน้ากากอนามัย วิธีการนี้จะทำให้สิวน้อยลงได้ในช่วงที่ใส่หน้ากากอนามัย และสิ่งที่สำคัญที่สุดนั้นก็คือ ไม่ควรที่จะใส่หน้ากากอนามัยซ้ำติดต่อกัน หากเป็นหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ควรใส่แล้วทิ้งทันที หรือหากเป็นหน้ากากอนามัยแบบผ้าก็ควรมีการซักทุกครั้งหลังการใส่ เพื่อไม่ให้มีสิ่งสกปรกจากหน้ากากอนามัยทำให้เกิดสิวขึ้นบนใบหน้า #https://adriangatton.com/#หน้ากากอนามัย#สิว
Read More
อุ่นให้ร้อนก่อนกินอาหารใส่ถุง-ป้องกันเชื้อโรค-adriangatton

อุ่นให้ร้อนก่อนกินอาหารใส่ถุง-ป้องกันเชื้อโรค-adriangatton

สุขภาพ, โรคและการป้องกัน
ป้องกันเชื้อโรคก่อนกินอาหารใส่ถุง การดำเนินชีวิตในยุคปัจจุบัน มีความเปลี่ยนแปลงไปจากอดีตมากมายต้องรู้จักการป้องกันเชื้อโรค ไม่ว่าจะเป็นความเร่งรีบในชีวิต การทำงาน การเดินทาง ต่างต้องใช้ความเร่งรีบเพื่อแข่งขัน เพื่อที่จะหาสิ่งที่ดีที่สุดให้กับชีวิต             ในชีวิตที่มีความเร่งรีบนั้น ต่างต้องหาสิ่งที่มาทดแทนระยะเวลา สิ่งหนึ่งที่ช่วยประหยัดเวลาในชีวิตได้มากเลยก็คือ การซื้ออาหารใส่ถุง หรือข้าวแกงใส่ถุงกลับบ้าน ต้องเลือกร้านที่สะอาดและถูกสุขอนามัยปราศจากเชื้อโรค เพื่อที่จะทานเป็นอาหารเช้า กลางวัน หรือเย็น ซึ่งเป็นการประหยัดเวลาในการเตรียมอาหารมื้อต่าง ๆ จึงได้มีการซื้ออาหารใส่ถุงหรืออาหารปรุงสำเร็จโดย ไม่ต้องเสียเวลาออกไปซื้อของที่ตลาดสด ไม่ต้องเสียเวลาทำกับข้าวในมื้อต่าง ๆ เพียงแค่กลับจากที่ทำงาน และแวะซื้ออาหารใส่ถุงเข้าบ้าน ซึ่งมีหลากหลายเมนูให้เลือกสรรมากมายแต่รู้ไหมว่าอาหารใส่ถุงไม่มีเชื้อโรคปะปนมาพอถึงบ้าน ถึงหอพัก ก็เทใส่จาน ชาม พร้อมรับประทานได้เลยโดยใช้เวลาไม่นาน และเสียเวลา แต่ใครจะรู้ในความสะดวกสบายก็แฝงมาด้วยเหล่าวายร้าย เชื้อโรคต่าง ๆ อาจมาพร้อมกับอาหารใส่ถุงต่างๆที่ซื้อเหล่านี้ได้ บางร้านความสะอาด อาจจะยังไม่เพียงพอ ไม่ถูกสุขอนามัยในการทำอาหาร ซึ่งเราไม่อาจเห็นในส่วนของวิธี ขั้นตอนการเตรียมอาหารอาจจะมีเชื้อโรคก็ได้ เพราะ พ่อค้า แม่ค้า ใส่กับข้าวลงถุง พร้อมรัดหนังยางปิดมิดชิดไปแล้ว ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยจากแหล่งเชื้อโรค หรือป้องกันเชื้อโรคที่อาจมาพร้อมอาหารใส่ถุง “ควรจะต้องอุ่นอาหารให้ร้อน” ก่อนรับประทานอาหารก็สามารถป้องกันเชื้อโรคได้ วิธีการรับประทานอาหารใส่ถุงที่ถูกสุขอนามัย หากเป็นอาหารที่ปรุงสุกใหม่ ควรรับประทานทันที ไม่ทิ้งไว้นานหากเป็นอาหารที่เราไม่ทราบว่าปรุง ประกอบอาหารตั้งแต่ตอนไหน ควรที่จะอุ่นอาหารใส่ถุงให้มีความร้อนก่อนรับประทาน ด้วยการอุ่นอาหารผ่านไมโครเวฟไม่กี่นาที เปิดเตาแก๊สอุ่นอาหาร เพียงเท่านี้เราก็รับประทานอาหารใส่ถุงได้อย่างปลอดภัยจากเชื้อโรค วิธีการเลือกซื้ออาหารใส่ถุง เลือกซื้ออาหารใส่ถุงที่ปรุงสุก ใหม่เลือกซื้ออาหารใส่ถุงที่ไม่มีฟอง ไม่มีกลิ่นเหม็นเปรี้ยว หรือกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์จากอาหารที่ไม่ใช่กลิ่นอาหารนั้น ไม่เลือกซื้ออาหารใส่ถุงที่ทิ้งไว้นาน และมีโอกาสเน่าเสียง่าย วิธีการเลือกร้านค้าเพื่อซื้ออาหารใส่ถุง เลือกร้านค้าที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานต่าง ๆ เรื่องความสะอาด และถูกสุขอนามัยเลือกร้านค้าที่มีโต๊ะวางอาหารสูงจากพื้นอย่างน้อย 60 เซนติเมตรเลือกร้านค้าที่ไม่มีแมลงวันคอยตอมอาหาร หรือไม่มีแมลงสาป หนูวิ่งผ่านไป ผ่านไปบริเวณร้านค้าเลือกร้านอาหารที่พ่อค้า แม่ค้า หรือผู้ขาย แต่งกายสะอาด ใส่หมวกคลุมผม ใส่ผ้ากันเปื้อน โรคร้ายที่มากับอาหารปนเปื้อน (ไม่สะอาด) โรคอุจจาระร่วงโรคอาหารเป็นพิษโรคบิดโรคไทฟอยด์โรคอหิวาตกโรค ใช้เวลาอุ่นอาหารเพียงไม่กี่นาทีก็สามารถปลอดภัยจากเชื้อโรคได้แน่นอน “อย่าลืมอุ่นอาหาร ก่อนรับประทานกันนะคะ” ข้อมูลจาก : กรมอนามัย #https://adriangatton.com/#อาหารถุง#เชื้อโรค
Read More