สุขภาพดีง่ายๆเริ่มต้นจากตัวเรา

สุขภาพดีง่ายๆเริ่มต้นจากตัวเรา

วิธีรักษาสุขภาพ
สุขภาพง่ายๆเริ่มต้นจากตัวเรา เรื่องอาหารถือเป็นเรื่องสำคัญลำดับแรกๆ โดยมีเคล็ดลับในการจัดจานอย่างไรถึงจะมีสุขภาพที่ดี สูตร 2:1:1 โดยประกอบไปด้วย ผัก 2 ส่วน เนื้อสัตว์ 1 ส่วน และข้าว 1 ส่วน เพียง 1 จานนี้ก็ได้สารอาหารครบถ้วน โดยเพิ่มผักหลากสี ผลไม้สดไม่หวานวันละ 2 ผล เพื่อสุขภาพที่ดีนั้น ควรที่จะลดอาหารหวาน เช่นน้ำตาล ลดมัน เช่นของทอด แกงกะทิ เนื้อติดมัน และลดเค็ม เช่น ไม่เติมเครื่องปรุงเพิ่ม การปรุงอย่างไรปลอดภัยกับตัวเรา เช่น สูตร 6:1:1 ประกอบไปด้วยน้ำตาล 6 ช้อนชา/วัน น้ำมัน 6 ช้อนชา/วัน และเกลือ 1 ช้อนชา/วัน สุขภาพที่ดีขึ้นควรอ่านฉลากทุกครั้งเมื่อต้องใช้อาหารสำเร็จรูป เช็ดปริมาณไขมันและไขมันอิ่มตัว เช็คปริมาณพลังงานต่อหน่วยบริโภค เช็ดปริมาณน้ำตาล และเช็คปริมาณโซเดียม เพื่อนำไปคำนวณดูว่าปริมาณอาหารทั้งหมดที่เรารับประทานเข้าไปว่ามีชนิดใดที่เกินปริมาณที่ควร เมื่อทราบว่าเราควรรับประทานอาหารปริมาณเท่าใดในแต่ละวันแล้ว เราควรที่จะทราบว่าน้ำหนักตัวที่เหมาะสมควรเป็นเช่นไร จากการหาค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ค่าที่เหมาะสม 18.5-24.9 โดยในแต่ละวันเราควรให้เวลาตัวเองด้วยการออกกำลังกาย เพื่อคงความแข็งแรงให้แก่ร่างกาย ถ้าอยากสุขภาพดีควรออกกำลังทุกวันอย่างน้อย 30 นาที หากยังไม่ได้เริ่มหรือกำลังเริ่มต้นควรกำลังออกกำลัง อย่างน้อย 3 ครั้ง/สัปดาห์ และไม่ควรหยุดออกกำลังกาย นานเกิน 2 วัน แต่ทั้งนี้ควรมีกิจกรรมทางกาย เช่นทำงานบ้านอย่างสม่ำเสมอ เช่น การเดินเป็นการออกกำลังกายที่ง่ายและสะดวกที่สุดสามารถปฏิบัติได้บ่อยครั้งในแต่ละวันควรเดินให้ได้อย่างน้อย 10,000 ก้าว เพื่อสะสมให้ได้อย่างน้อย 30 นาที/วัน และการแกว่งแขนเป็นการออกกำลังกายที่เราสามารถทำได้ทุกที่และทุกวัน ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 30 นาที การแกว่งแขนที่ถูกวิธีจะต้องยืนตรงโดยแกว่งแขนไปด้านหน้า 30 องศา และแกว่งแขนไปด้านหลัง 60 องศา แนะนำให้ออกกำลังกายตามชนิดกีฬาที่ชื่นชอบ  และเหมาะสมกับเวลาสถานที่หรือสมรรถนะของกำลังกล้ามเนื้อของบุคคล โดยอายุ 5-17 ปี แนะนำการออกกำลังกายขนาดปานกลาง-หนักทุกวันอย่างน้อย 60 นาที/วัน โดยเป็นการออกำลังกายที่กระตุ้นให้กล้ามเนื้อหัวใจทำงานเต็มที่และเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และกระดูก อย่างน้อย 3 ครั้ง/สัปดาห์ อายุ 18-64 ปี แนะนำการออกกำลังกายขนาดปานกลาง อย่างน้อย 150 นาที/สัปดาห์ หรืออกกำลังกายอย่างหนัก อย่างน้อย 75 นาที/สัปดาห์ โดยเป็นการออกกำลังกายที่ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจทำงานเต็มที่ต่อเนื่องอย่างน้อย 10 นาที และเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้ออย่างน้อย 2 ครั้ง/สัปดาห์ อายุ 65 ปีขึ้นไปแนะนำให้ส่งเสริมความแข็งแรงด้วยการทรงตัว ป้องกันการลื่นหกล้มอย่างน้อย 3 ครั้ง/สัปดาห์ เพียงแค่การดูแลตนเองอย่างถูกวิธี ใส่ใจดูแลเรื่องอาหารและโภชนาการ รวมถึงการออกกำลังกายสม่ำเสมอ ตรวจสุขภาพประจำปี เพียงเท่านี้ก็จะมีสุขภาพที่แข็งแรงและมีสุขภาพที่ดีตลอดไป
Read More
การดูแลตนเองให้มีสุขภาพดี

การดูแลตนเองให้มีสุขภาพดี

วิธีรักษาสุขภาพ
วิธีง่ายๆสำหรับการดูแลตนเองให้มีสุขภาพที่ดี คนส่วนใหญ่มักมองข้ามเรื่องใกล้ตัว จนลืมหันมาดูแลตนเอง วิธีดูแลรักษาสุขภาพของตนเองง่ายๆ คือ ดื่มน้ำวันละ 2 ลิตรหรือประมาณ 8-10 แก้ว/วัน เพราะน้ำจะช่วยควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย และยังช่วยในการขับถ่ายสารพิษจากการเผาผลาญ นอกจากนี้แล้วยังช่วยทำให้ผิวหนังชุ่มชื่นขึ้น ไตทำงานดีขึ้น และช่วยควบคุมความยากของอาหารทำให้รู้สึกสดชื่นมีพลัง เมื่อดื่มน้ำมากเพียงพอจะทำให้ลดความอยากดื่มเครื่องดื่มที่มีแคลลอรี่สูง เช่น โซดา น้ำหวานชนิดต่างๆลดลง และรับประทานอาหารอย่างไรให้ร่างกายแข็งแรงมากขึ้น เริ่มต้นเราควรที่จะต้องรู้ว่าในหนึ่งวันร่างกายของเราต้องการพลังงานที่แคลอรี่เท่าไหร่ โดยทั่วไปนั้นผู้ชายต้องการพลังงาน 2,000 กิโลแคลอรี่/วัน ส่วนผู้หญิงต้องการพลังงาน 1600 กิโลแคลอรี่/วัน แต่ถ้าเป็นผู้ที่ทำงานหนัก หรือนักกีฬาจะต้องเพิ่มขึ้นอีก รับประทานอาหารเช้าโดยเน้นที่โปรตีนและธัญพืชเป็นอาหารเช้าสุขภาพที่ดี มากกว่ารับประทานโดนัทและอาหารที่มีแคลอรี่สูงควรเปลี่ยนมาเป็นไข่ ผลไม้ นม หรือรับประทานซีเรียวที่มีไฟเบอร์สูง เช่น มูสลี่ รับประทานอาหารที่มีประโยชนทุกมื้อ ถ้าในจานของคุณมีผักและผลไม้นั่นแสดงว่าคุณมาถูกทางแล้ว และควรมีอาหารพวกโปรตีน ธัญพืช อาหารจำพวกไขมันต่ำ ไขมันที่มีประโยชน์ เช่นไขมันจากปลาแซลมอน และปลาทูน่า ผลอาโวคาโด้ ถั่ว น้ำมันมะกอก ควรรับประทานอาหารให้ตรงเวลาทุกมื้อ และควรรับประทานอาหารเย็นไม่น้อยกว่า 2-3 ชั่วโมงก่อนเข้านอน พยายามหลีกเลี่ยงขนมขบเคี้ยวในเวลากลางคืน เพื่อไม่ให้แคลอรี่เพิ่ม ถ้าจำเป็นต้องรับประทานควรรับประทานซีเรียวที่มีไฟเบอร์สูง ผลไม้ ผัก น้ำเต้าหู และนมไขมันต่ำ จะช่วยควบคุมน้ำตาลในเลือดและช่วยให้ลำไส้ทำงานดีขึ้นด้วย ดังนั้นจึงควรเพิ่มไฟเบอร์ในแต่ละวันให้มากขึ้นด้วย เช่น เติมซีเรียวในอาหารเช้า เปลี่ยนจากรับประทานข้าวขาวมาเป็นข้าวกล้อง เปลี่ยนจากขนมปังขาวมาเป็นขนมปังโฮลวีส และควรเพิ่มผัก ผลไม้ และถั่วให้มากขึ้น ควรรับประทานผลไม้ 2 ผล/วัน เพราะการดูแลตนเองเพื่อให้มีสุขภาพที่ดี ถือเป็นกุญแจสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่จะทำให้ชีวิตเรามีความสุข มีสุขภาพจิตที่ดี และยังช่วยทำให้ร่างกายห่างไกลจากความโรคภัยไข้เจ็บต่างๆส่งผลให้มีอายุยืนอีกด้วย
Read More
กินพอดี สุขภาพดีไม่มีโรค

กินพอดี สุขภาพดีไม่มีโรค

สุขภาพ
อยากสุขภาพดีไม่มีโรคทำอย่างไร??? ถ้าจะพูดถึงเรื่องอาหารที่เราต้องรับประทานในแต่ละวัน ซึ่งมีมากมายหลายประเภทเลยทีเดียว อยากจะรับประทานแบบไหน อย่างไรก็หารับประทานได้ไม่อยาก คนที่ทานอาหารมากเกินพอดีก็จะทำให้อ้วน ส่วนคนที่ทานอาหารไม่พอดีก็จะทำให้ผอม โดยเรามีวิธีที่จะทำให้รับประทานอาหารอย่างพอดีและปลอดภัยต่อตัวเอง โดยคนเราจะสุขภาพดีได้นั้นร้ำหนักจะต้องอยู่พอดีกับความสูง เพราะคำว่าพอดีของแต่ละคนไม่เท่ากัน เราจะวัดอย่างไร เพราะบางคนมีหน้าท้อง มีพุง มีใต้ท้องแขน โดยมีวิธีคำนวณจากค่าดัชนีมวลกาย และวัดจากเส้นรอบพุง โดยผู้ชายไม่เกิน 90 เซนติเมตร ผู้หญิงไม่เกิน 80 เซนติเมตร ถ้าเกินตามเกณฑ์นี้ไป ถือว่าเข้าข่ายเป็นโรคอ้วน ต้องระวัง ถ้าปล่อยให้เกินเกณฑ์ก็จะส่งผลต่อสุขภาพโรคมารุมเยอะแยะมากมาย โดยกุล่มแรกที่เจอบ่อยจะเป็นกลุ่มโรคที่ไม่ติดต่อที่จะมาพร้อมกันเป็นชุดทีเดียว เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง โรคหัวใจ และเส้นเลือดในสมองตีบหรือแตก เกิดจากมีไขมันในร่างกายมากขึ้น มันจะทำให้กระบวนการเผาผลาญสารอาหารเสียไป ก็เกิดการสะสมไขมัน เกิดการใช้น้ำตาลไม่ดี พวกนี้ก็จะไปสะสมในเส้นเลือด ซึ่งก็จะตามมาด้วยโรคหลอดเลิอดหัวใจหรือหลอดเลือดสมองตีบหรือแตก กลุ่มนี้จะเป็นพวกคนที่อ้วนหรือน้ำหนักมากเกินไป ซึ่งบางคนนอนจะกรนและก็หยุดหายใจไปเลย โยเสี่ยงที่จะเกิดโรคหัวใจวายหรือเกิดโรคหลอดเลือดสมองตามมา และโรคข้อเท้า ข้อเข่า ข้อหลังตามมาเยอะมาก โรคฮิตตอนนี้ โรค ไขมันพอกตับ คือพอกินเกินตับก็จะเปลี่ยนอาหารที่เกินทั้งหมดไปเป็นไขมัน โดยตามปกติมันจะส่งออกไปสะสมอยู่ตามเนื้อเยื่อต่างๆ ตามพุง ตามแขน ตามขา แต่ถ้ามันสร้างมากเกินไป จนส่งออกไม่ทัน ไขมันก็จะไปพอกอยู่ที่ตับ ส่งผลให้ตับอักเสบ ตับแข็งตามมาอีกด้วย โดยมีวิธีง่ายๆถ้าใครที่กำลังมีน้ำหนักเกินมาตรฐาน โดยคิดตามหลักง่ายๆ 2 แบบ คือ ของที่กินเข้าไปและของที่ถูกใช้ออกมา เพราะฉะนั้นถ้าเราอยากให้สมดุลมันเปลี่ยนคือต้องทานน้อยและออกกำลังกายให้มากๆ เพราะการออกกำลังกายควรเปลี่ยนไปเรื่อยๆไม่ต้องทำซ้ำซาก โดยง่ายๆแค่ออกกำลังที่มีการเคลื่อนไหวต่อเนื่องอย่างน้อย 30-45 นาที/ครั้ง และ 150 นาที/สัปดาห์ ดังนั้น ร่างกายก็เหมือนเครื่องจักรถ้าหากถูกใช้งานหนักๆเป็นระยะเวลานานก็สามารถส่งผลให้ร่างกายทรุดโทรมและส่งผลต่อสุขภาพตามมาเช่นกัน
Read More
สุขภาพดีน่าทึ้งกับขิง

สุขภาพดีน่าทึ้งกับขิง

สุขภาพ
สุขภาพดีน่าทึ้งกับขิง ชาวอินเดียและชาวเอเชีย นิยมใช้ขิงเป็นส่วนผสมในการประกอบอาหาร นอกจากนั้น ขิงยังมีสรรพคุณเป็นยาที่ใช้กันมานานนับศตวรรษ เมื่อเรากินขิงทุกวันน เป็นระยะเวลา 1 เดือน จะเกิดสิ่งนี้ขึ้นกับร่างกาย?? ขิงมีประโยชน์มากมายต่อสุขภาพ เช่นบรรเทาออาการปวด ปัญหาการย่อยอาหาร นอกจากนี้ยังกระตุ้นการผลิตน้ำดีและน้ำลาย ที่ช่วยส่งผ่านไปทางอาหารและของเหลวผ่านไปสู่ทางเดินอาหาร โดยก่อนมื้ออาหาร เมื่อรับประทานผงขิงจะช่วยเร่งการกำจัดของเสียในกระเพาะอาหาร ซึ่งช่วยลดอาการอาหารไม่ย่อย และยังบรรเทาอาการคลื่นไส้ การกินขิงสดและชาขิง ในกรณีของการตั้งครรภ์อาการแพ้ท้องทำให้อาการคลื่นไส้น้อยลง รากของขิงเป็นส่วนที่นิยมใช้กันมากที่สุด มันมีคุณประโยชน์สูง และสามารถนำมาบริโภคเป็นแบบแห้ง นำมาแปรรูปเป็นเครื่องเทศ เป็นแบบผง แบบสด เป็นน้ำผลไม้ และทำเป็นน้ำมันได้ เราจึงควรรับประทานขิงอย่างสม่ำเสมอ เพราะขิงสามารถบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อ และปวดประจำเดือนได้ ขิงยังช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลให้ลดลงได้ ขิงยังสามารถลดความเสี่ยงของโรคหัวใจได้ รวมทั้งโรคข้อกระดูกอักเสบเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นทุกวัน เพราะเป็นการเสื่อมของข้อต่อ ซึ่งจะนำไปสู่ความเจ็บปวดในข้อต่อที่ร้ายแรง และขิงยังช่วยต่อต้านอาการอักเสบทำให้อาการเจ็บปวดลดลง ขิงยังช่วยพัฒนาการทำงานของสมองให้ดีขึ้นอยิ่งอายุมากขึ้น ก่อให้เกิดโรคเสื่อมเรื้อรัง และการอักเสบเรื้อรัง ซึ่งนำไปสู่ภาวะสมองเสื่อม เช่น โรคอัลไซเมอร์ เพราะขิงมีสารต้านอนุมูลอิสระ และสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพที่มีการตอบสนองการอักเสบทำให้ช่วยพัฒนาสมอง เพราะขิงมีสารสกัดช่วยเพิ่มหน่วยความจำ และทำให้สมองเกิดปฏิกิริยาในการทำงาน ขิงช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ น้ำตาลในเลือดสูง ขิงช่วยลดน้ำตาลในเลือดและยังสามารถลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจได้ ขิงยังมีคุณสมบัติต้านมะเร็ง มีสารชนิดหนึ่งที่เรียกว่า จินเจอรอล ซึ่งได้รับการยืนยันว่า สามารถใช้ในการรักษาโรคมะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยขิงนั้นมีสรรพคุณมากมาย ขิงสามารถนำมาประกอบอาหารกับเนื้อสัตว์ได้ทุกชนิด เมื่อรับประทานเนื้อสัตว์คู่กับขิงมันจะทำให้เนื้อสัตว์ตกค้างอยู่ในลำไส้เราไม่นานเกินไป เพราะเมื่อกินขิงแล้วมันจะระบายออกมาหมดเลย ไม่มีสารพิษตกค้าง ช่วยให้ท้องไม่อืด เวลาเรากินอะไรที่พวกของมันๆ พวกเนื้อ เวลากินจะเกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ กินแล้วย่อยยาก ดังนั้นขิงจะช่วยอาการเหล่านี้ได้ [caption id="attachment_59" align="aligncenter" width="328"] health.haijai.com/food/[/caption]
Read More
สุขภาพจิตดีสำคัญไฉน!!!

สุขภาพจิตดีสำคัญไฉน!!!

วิธีรักษาสุขภาพ
สุขภาพจิตดีสำคัญไฉน เมื่อเราดูแลสุขภาพกายดีแล้ว อย่าลืมหันมาดูแลสุขภาพจิตให้ดีตามไปด้วย เคล็ดลับการดูแลสุขภาพจิตที่ดี ถือเป็นเรื่องลี้ลับซับซ้อน จับต้องยาก คนเราทางสุขภาพกายดีมีชัยไปกว่าครึ่ง ส่วนอีกครึ่งหนึ่งคือเรื่องที่ยากที่คนเรามักมองข้ามคือ สุขภาพใจ  ผู้ที่มีสุขภาพจิตดะจสามารถเผชิญกับเหตุการณ์ต่างๆได้อย่างดีทั้งในสถานการณ์ปกติและไม่ปกติ และยังสามารถควบคุมอารมณ์ตนเองได้ ปัญหาคนส่วนใหญ่มักจะเครียด ทำงานหนัก กินเยอะ ไม่ปล่อยวาง ซึมเศร้า ไม่ออกกำลังกาย สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่ดี สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ไม่มียารักษา ไม่มียาในโลกใบนี้ที่ทำให้เรานอนหลับ บางคนมักกินยานอนหลับที่ทำให้เราได้หลับเพื่อทำให้ลืมปัญหาและเรื่องเครียดๆไปได้ชั่วครั้งชั้วคราว เช่น ยาแก้เครียด ยาแก้ซึมเศร้า โดยคนที่ป่วยเป็นโรคจิตเวชจริงๆจะต้องกินยาพวกนี้เพราะเป็นการผิดปกติของการสั่งการของสารสื่อประสาทในสมอง เพราะหมอผู้เชี่ยวชาญเป็นคนจ่ายให้เรารับประทานว่าเราจำเป็นต้องทาน เพราะการใช้ยานอนหลับมีผลเสียตามมา เพราะยานอนหลับไม่ได้รักษาอาการนอนไม่หลับ เพียงแค่ทำให้อาการนอนไม่หลับทุเลาลงเท่านั้น แต่ในกรณีนี้มีคนหลายคนที่รับประทานยานอนหลับ คือไม่ได้เป็น ไม่ได้ซึมเศร้า แต่ขอเป็นหน่อย ขอกินหย่อน กินยานอนหลับ หินยาแก้เครียด ถามหมอส่วนใหญ่ก็บอกว่าคงกินได้ แต่ตามหลักความจริงแล้ว สุขภาพจิตต้องแก้ด้วยตัวเรา อะไรเกิดขึ้นที่จิต เรื่องจิตมีอะไรบ้างที่เป็นศัตรู แก้ปัญหาจากเบื้องต้นจะได้ผลดีกว่า เพราะหลายสิ่งหลายอย่างเกิดจากความโลภ ความอยากได้ อยากได้ทุกๆอย่าง ขี้โมโหชอบด่าชอบว่าไม่ยอมให้อภัยใครทุกคนผิดหมดยกเว้นตัวเราเอง เป็นบ่อเกิดของกิเลสทั้งนั้นเลย ต้องฝึกจิตให้นิ่งสะอาด ไม่อยากได้ของใคร ไม่อยากมีเหมือนใคร และสภาพจิตใจก็จะเป็นสุขสามารถมีสัมพันธภาพกับผู้อื่นไว้ได้อย่างราบรื่นสามารถทำตนให้เป็นประโยชน์ได้ภายใต้ภาวะสิ่งแวดล้อมที่มีการเปลี่ยนแปลงทางสังคมได้ โดยเราจะต้องปล่อยวางให้ได่ เราเห็นเราไม่จับ เราเดินผ่านไป อย่าไปคาดหวังและทำให้คนอื่นเดือดร้อน สุขภาพจิตจะต้องไม่เครียด และออกกำลังกายสม่ำเสมอ อากาศต้องถ่ายเท พักผ่อนให้เพียงพอ และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเราจะมีสุขภาพจิตที่ดีและมีความสุขในการใช้ชีวิต
Read More
สายตาของคุณมีปัญหาหรือไม่!!!

สายตาของคุณมีปัญหาหรือไม่!!!

โรคและการป้องกัน
สายตาของคุณมีปัญหาหรือไม่ สุขภาพดีบำรุงสายตา!!! ปัจจุบันคนส่วนใหญ่มักติดสมาร์ทโฟนและจอคอมพิวเตอร์ แต่ละวันคนเรามักจะใช้ชีวิตอยู่กับจอเหล่านี้จนส่งผลให้สายตาเสียได้มากขึ้น ซึ่งไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ และเราไม่ควรจ้องจอนานเกิน 4 ชั่วโมง/วัน อาการเริ่มแรกจะมีอาการตามั่ว อาจมองเห็นเสาไฟฟ้าเบี้ยวๆ เห็นสีไม่ชัดเจน ความคมชัดของรูปเสีย และที่เห็นได้ชัดๆตรงกลางที่เป็นรูปตามันจะหายไปเลย เพราะดวงตาของเราคล้ายๆกล้องถ่ายรูปประกอบไปด้วยเลนส์ตา และฟิล์ม เวลาจอประสาทตาเสื่อม เวลาเห็นภาพก็จะเห็นไม่ดี และพอส่งไปประสาทที่สมองต้องประเมินผลไม่ได้ เพราะจอรับภาพเสีย ถือได้ว่าโรคจอประสาทตาเสื่อมมี 2 ชนิด 1.ประสาทเสื่อมแบบเปียก 2.ประสาทตาเสื่อมแบบแห้ง จอประสาทตา คือ เนื้อเยื่อชั้นในสุดของลูกตา หรือผนังด้านในของลูกตาเรา โดยมันจะทำหน้าที่คล้ายฟิล์มถ่ายภาพ คือรับภาพมาจากเลนส์ตาแล้วเกิดเป็นภาพจากนั้นก็จะส่งภาพนั้นไปตามเส้นประสาทตา เพื่อส่งไปแปรผลที่สมองนั่นเอง แต่ถ้าจอประสาทตาเกิดมีอาการเสื่อมหรือชำรุดขึ้นก็จะทำให้การรับภาพนั้นทำได้ไม่ดี ซึ่งก็จะส่งผลให้การมองเห็นผิดปกติขึ้นได้ เช่น เห็นภาพไม่ชัด เห็นสีเพี้ยน และเห็นเป็นภาพบิดเบี้ยวหรือมองเห็นแค่ด้านข้างแต่ตรงกลางมืดก็ได้ เพราะฉะนั้นใครที่มีปัญหาด้านจอประสาทตาเสื่อมควรไปตรวจวัดสายตา ว่าตามัวไหม ภาพซ้อนไหม การมองเห็นสีเป็นอย่างไร หลังจากนั้นก็ขยายม่านตาเข้าไปดูจอประสาทตา ดูว่าความโค้งของจอประสาทตาว่าปกติไหม ตรวจเช็คสายตาวัดความสั้น-ยาวของสายตาเป็นประจำ เพื่อจะได้เข้ารับการรักษาเมื่อสายตามีความผิดปกติ จากการสำรวจจากกระทรวงสาธารณสุข ในปัจจุบันพบว่าคนไทยมีปัญหาเรื่องจอประสาทตาเสื่อมเยอะมาก เมื่อก่อนมักจะพบในผู้สูงวัย ปัจจุบันพบเกือบทุกช่วงวัย เนื่องจากปัจจุบันบางคนดูโทรทัศน์และซีรีย์ โดยใช้ตาในการจ้องจอนานๆ โดยมีวิธีป้องกันไม่ให้จอประสาทตาเสื่อมโดยใช้ฟิล์มป้องกันแสงสีฟ้า และไม่ควรจ้องจอนานเกินติดต่อกันนานถึง 1 ชั่วโมงหรืออาจจะหลับตา เพื่อพักสายตา และหลักๆที่สำคัญคือ เรื่องของอาหารที่ส่งเสริมสุขภาพด้วยตา ซึ่งได้แก่ วิตามิน Aหรือเบต้าแคโรทีน ที่พบในพวกผักบุ้ง ตำลึง แครอท กะหล่ำปลี ผักโขม ผักคะน้า ผักกาดแก้ว บล๊อคโคลี่ ถั่วลันเตา และผลไม้ คือมะละกอ ส่วนไข่แดงจะช่วยให้ตาหวาน ตาเยิ้ม ตาไม่แห้ง และยังช่วยบำรุงสุขภาพดวงสายตา และสารที่ให้สีในพืชผักผลไม้ พวกสารแอโทเซรานีนจะพบมากในพืชผลไม้ที่มีสีม่วงแดง เช่นตระกูลเบอร์รี่ พวกข้าวไรซ์เอร์รี่คุณค่าทางโภชนาการมากกว่า แต่ยังช่วยส่งเสริมสุขภาพด้านดวงตาได้อีกด้วย  
Read More
สร้างสุขภาพดีด้วยการออกกำลังกาย

สร้างสุขภาพดีด้วยการออกกำลังกาย

สุขภาพ
สร้างสุขภาพดีด้วยการออกกำลังกาย สุขภาพของเราเป็นเรื่องที่สำคัญในการใช้ชีวิตมากๆ โดยมีการปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตและหลีกเลี่ยงสิ่งที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ โดยที่เราต้องหาต้นเหตุสิ่งที่ทำให้เราเจ็บป่วย แต่บางคนไม่ได้ให้ความสนใจเพราะคิดว่าเจ็บป่วยเพียงเล็กน้อยเท่านั้น โดยค่อยมาคิดตอนที่เป็นหนักแล้ว สาเหตุหลักๆมาจากการเคยรับประทานบ่อยๆรสชาติหวานๆมันๆ เช้น คุกกี้ ขนมกรุบกรอบ น้ำอัดลมต่างๆ โดยหันมารับประทานของที่ไม่เคยกิน แต่กินและจะหายป่วย เช่นพืช ผัก ผลไม้ เมล็ดถั่วต่างๆ และข้าวกล้อง การออกกำลังกายควรออกกำลังกายสม่ำเสมอประมาณ30 นาที/วัน สัปดาหห์ละ 5 วัน และความเครียดส่งผลให้เราป่วย และเราจะต้องจัดการความเครียดให้ดีมีหลายวิธี เช่น การทำโยคะ และระบำอิโมจิ โดยเน้นการฝึกสติให้ได้ เพราะหลายคนไม่ค่อยได้ใส่ใจในเรื่องของอาหารการกินสักเท่าไหร่ และก็มักกินสิ่งที่เราอยากจะกิน เพราะมีความสุขในการกิน ถ้าอยากมีสุขภาพดีจะต้องเลือกรับประทานอาหารที่ให้คุณค่าต่อร่า เช่น กินเนื้อสัตว์ให้น้อยลง และกินพืชให้มากขึ้น โดยกินอาหารในรูปแบบที่ใกล้เคียงธรรมชาติของที่สกัดมาไม่มีกาก จะมีแต่แครอรี่ เช่น น้ำมัน น้ำตาบ โดยอาหารและธัญพืชที่คัดสีจะไม่ต่อยมีประโยช์ และกินอาหารที่มีไขมันน้อย คนไทยมักมีไขมันเข้าสู่ร่างกาย มาจากน้ำมันที่ใช้ในการประกอบอาหาร เราจึงต้องหันมาทำอาหารที่ไม่ใช้น้ำมัน และทำอย่างไรจะกินพืชให้มากขึ้น โดยนำพืชใส่โถปั่นแต่งสีแต่งรสให้น่ากิน ออกมาเป็นน้ำและดื่ม และหาอะไรมาแทน เช่นถั่วอบกรอบต่างๆ ประกอบไปด้วย ถั่วแอลมอลล์ช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์ ถั่วแมคคาดิเมียร์ แทนโปรตีนจากเนื้อสัตว์ได้ และเม็ดมะม่วงหิมพานต์ป้องกันโรคมะเร็งและหลอดเลือดหัวใจ สรุปแล้วอาหาร 70% การออกกำลังกาย 20% และความเครียด10% วิธีการออกกำลังกายที่น่าสนใจนี้ สามารถให้คุณและโทษกับร่างกายของเราได้ ขึ้นอยู่กับวิธีการที่เราเลือกใช้ แต่ถ้าเรารู้จักหลักการออกกำลังกายที่ถูกต้อง และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ควบคู่กันไปด้วย จะส่งผลให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงปราศจากโรคภัยไข้เจ็บและมีอายุยืน ไม่เป็นมีโรคและไม่เจ็บป่วย เพราะถ้ามีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง เสมือนการมีภูมิคุ้มกันโรคที่ดี
Read More
สุขภาพดีสร้างได้ด้วยการทำสมาธิ

สุขภาพดีสร้างได้ด้วยการทำสมาธิ

สุขภาพ
การทำสมาธินั้นถือเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยฝึกจิตให้ผ่อนคลาย เพราะการฝึกสมาธิทำให้จิตแก่กล้ามันทำให้ร่างกายสมบูรณ์สุขภาพดีได้เหมือนกัน เพราะกายเป็นของรองรับซึ่งทุกข์ทั้งหลาย อยากอยู่นานๆ มีอายุยืนนาน เกือบ 100 ปี ยิ่งอายุนานเท่าใดมันก็ทุกข์นานเท่านั้น คนเราปรารถนาสิ่งต่างๆจนทำให้เกิดความทุกข์ เพราะฉะนั้นเรามาทำจิตให้สบายด้วยการภาวนาสมาธิกันดีกว่า การฝึกสมาธิช่วยทำให้สุขภาพจิตดีขึ้น ส่วนร่างกายและจิตแยกออกเป็นคนละส่วนกัน การนั่งสมาธิถึงจะเจ็บปวดด้วยอาการต่างๆไม่ต้องกังวลเกี่ยวข้องกับมัน ขอให้จิตอยู่นิ่งก็พอ เมื่อจิตสงบแล้วกายก็อยู่นิ่งของมันเองจะค่อยๆรู้สึกสบายเป็นสุข การทำสมาธิฝึกอานิสงค์มากมาย ทำสมาธิให้เป็นเสียก่อนแล้วจึงจะค่อยรู้เรื่อง หากไม่ทำเองใครจะพูดอย่างไร เท่าใดมันก็ไม่รู้เรื่องหรอก ต้องเห็นประจักษ์ด้วยตนเองเสียก่อนจึงจะรู้จะเข้าใจ เช่น เราไม่เคยนั่งสมาธิเลย นั่งครั้งแรกมันก็ต้องเจ็บต้องปวด แต่ถ้าฝึกนั่งสมาธิจนเห็นความสุขสงบหรือจากการยืนหรือเดินก็ตาม เมื่อจิตปล่อยวางกายหมดทุกๆอย่าง เพราะการนั่งครั้งแรกมันจะต้องฝืนใจ แต่ถ้าภาวนาเป็นสมาธิแล้วมันจะไม่ต้องบังคับหรอก มันจะรู้สึกอยากทำเอง การทำสมาธิจึงต้องฝึกหัดจิตให้ได้ หากเราไม่ฝึกฝนอบรมก็ไม่มีวันเป็นสมาธิได้สักที แล้วไม่มีใครทำให้ได้ด้วยตนเองเท่านั้นที่จะทำและเห็นด้วยตนเอง เพราะเหตุนี้ การทำสมาธิจึงว่ายากก็ยาก จะว่าง่ายก็ง่าย ที่ว่ายากคือจิตใจของเรานั้นอยากให้เป็นสมาธิ ทำอย่างไรจึงจะเป็นสมาธิได้ ที่ว่าง่ายก็คือ จิตมันไม่ต้องการอะไร ไม่อยากอะไร ปล่อยวางเฉยๆ เมื่อจิตมันว่างอารมณ์ต่างๆก็สงบนิ่งเกิดสมาธิได้ง่ายๆ การฝึกจิต คือ การหาอุบายที่จะจับจิตให้ได้ จิตคือผู้คิด ผูนึก ผู้ปรุงแต่ง สารพัดทุกอย่าง เมื่อจิตมันไม่อยู่นิ่งก็เดือดร้อน ดิ้นรนกระสับกระส่าย ถ้าเราเห็นโทษแล้วก็ควรปล่อยวางทุกสิ่งทุกอย่างไม่เอาแล้ว ปล่อยไปตามเรื่องของมัน เมื่อจิตนิ่งแล้วใครจะทำอะไร ใครจะคิดอะไร ใครจะพูดอะไร ก็ไม่กระทบกระเทือน คือการเข้าถึงสมาธิ จึงได้ชื่อว่าการทำจิตใจให้แก่กล้า นั่นเอง นับได้ว่าคือที่สุดของพระพุทธศาสนา ถ้าเรารู้จักตัวเองอย่างแท้จริงจะไม่เกิดทุกข์ นั่นแหละ      
Read More
สุขภาพดีด้วยสรรพคุณหอมแดง สุดเจ๋ง!!!

สุขภาพดีด้วยสรรพคุณหอมแดง สุดเจ๋ง!!!

สุขภาพ
หอมแดง  ไม่เพียงแต่นำมาใช้ในการประกอบหารเท่านั้น แต่หอมแดงจัดได้ว่าเป็นสมุนไพรชั้นเยี่ยมทีเดียว ซึ่งเรื่องนี้หลายคนยังไม่เคยรู้มาก่อนว่า หอมแดงเป็นพืชสมุนไพรปลูกไว้เพื่อบริโภคส่วนหัวของหอมแดงนิยมนำไปประกอบอาหารและเป็นพืชสมุนไพร คนไทยส่วนใหญ่นำไปใช้ปรุงอาหารมากกว่านำมารักษาโรค หอมแดงที่เราพบเห็นอยู่ทุกวันนี้มีถิ่นกำเนิดในแถบเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งสันนิษฐานว่าอยู่ในแถบประเทศทาจิกิสถาน อัฟกานิสถาน และอิหร่าน นอกจากนั้นยังมีความเชื่ออีกว่าหอมแดงกลายพันธุ์ตามธรรมชาติมาจากหอมหัวใหญ่และมีการคัดเลือกพันธุ์เพื่อนำมาปลูกเป็นพืชอาหารนำไปแพร่หลายในประเทศจีนและอินเดีย โดยมีการกระจายพันธุ์ไปทั่วโลก ในหอมแดงอุดมไปด้วยวิตามินและคุณค่าทางอาหารอย่างครบถ้วน และยังเพิ่มอุณหภูมิให้กับร่างกาย อีกทั้งยังมีส่วนช่วยในการบำรุงสมอง การรับประทานหอมแดงมีส่วนช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดี ที่สำคัญมีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และยังช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดได้อีกด้วย นอกจากนี้หอมแดงยังสามารถช่วยรักษาโรคไข้หวัด แก้หวัดคัดจมูก และช่วยลดน้ำมูก โดยนำหอมแดงมาปลอกเปลือกและทุบพอแตก และห่อด้วยผ้าบางๆ จากนั้นวางไว้ตรงหัวนอน เพื่อให้กลิ่นของหอมเข้าจมูกเวลาที่เราหลับ ช่วยทำให้หายใจสะดวก จมูกโล่ง จึงช่วยบรรเทาอาการหวัดได้ และหอมแดงยังช่วยรักษาอาการท้องเดิน ท้องอืด แน่นท้อง ให้นำเอาหอมแดงมาซอยเป็นแว่นๆ และต้มน้ำ จากนั้นนำมาดื่ม เพื่อบรรเทาอาการท้องอืด แน่นท้อง ขับลมได้เป็นอย่างดี ส่วนใครที่เป็นโรคหอบหืด ภูมิแพ้ ไอเรื้อรัง ก็สามารถนำเอาหัวหอมประมาณเท่าหัวแม่มือใส่ขิงและกระเทียม ผสมน้ำ 1 แก้ว แล้วนำมาปั่น จากนั้นกรองเอาแต่น้ำ เพื่อให้ดื่มได้ง่าย หรือจะผสมน้ำผึ้งหรือบีบมะนาว 2-3 ลูก ดื่มวันละ  1 แก้วหลังแปรงฟันเสร็จ อาการหอบหืดก็จะค่อยๆดีขึ้นและหอมแดงก็ยังช่วยบำรุงหัวใจ ถ้าไม่อยากเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน ต้องพยายามกินหอมแดงเป็นประจำ และที่สำคัญหอมแดงก็ยังช่วยบำรุงหัวใจให้แข็งแรงได้อีกด้วย และมีสรรพคุณเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ และยังป้องกันโรคมะเร็งได้อีกด้วย มีการวิจัยพบว่า สารเคอร์ซิตินลารฟลาโวนอยด์ในหอมแดงมีส่วนช่วยป้องกันโรคมะเร็งได้ หอมแดงยังช่วยแก้ผื่นคัน ลดอาการอักเสบ โดยนำเอาหอมแดง 4-5 หัว ตำให้แหลกและก็คั่นเอาแต่น้ำ แล้วนำไปแช่ตู้เย็น 30 นาที หลังจากนั้นนำมาทาบริเวณที่เป็นเม็ดผดผื่น น้ำหอมแดงจะมีสารกำมะถันที่ทำให้เรารู้สึกแสบตา แสบจมูก และจะทำให้เกิดการระคายเคืองได้ จึงไม่ควรใช้หอมแดงทาบริเวณผิวหนังที่มีความบอบบาง หรือใครที่มีสุขภาพไม่ค่อยแข็งแรง มีอาการเจ็บป่วย และอยากหายารักษาโรคสามารถนำหอมแดงมาช่วยเรื่องสุขภาพได้อย่างแน่นอน  
Read More